ประกันรถยนต์ชั้น 1
ประกันรถยนต์ชั้น 1 เป็นชั้นประกันที่คนไทยให้ความนิยมมากที่สุด เนื่องจากเป็นชั้นประกันที่ให้ความคุ้มครองทุกกรณีอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะมือเก่าหรือมือใหม่ ก็สบายใจ คลายกังวลได้ตลอดการขับรถ โดยประกันชั้น 1 นั้น นอกจากจะคุ้มครองกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจากการชนกับยานพาหนะทางบก ยังคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถแม้ไม่มีคู่กรณีก็ตาม หรือเกิดเหตุไม่คาดคิดรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม ประกันชั้น 1 ยังชดใช้ค่าเสียหายให้ตามที่กรมธรรม์กำหนด แม้แต่เกิดอาการบาดเจ็บต่อร่างกาย ชีวิต เนื่องจากอุบัติเหตุ ก็ยังให้ค่ารักษาพยาบาล รวมถึงค่าชดเชยต่าง ๆ ให้กับผู้เอาประกันภัย ผู้โดยสาร และบุคคลภายนอก นี่คือความจำเป็นที่ผู้เป็นเจ้าของรถยนต์ควรทำประกันรถยนต์เอาไว้ ไม่ว่าจะไปไหน จะต้องรับมือกับความเสี่ยงด้านใด ก็ทำให้อุ่นใจขึ้นเยอะ หากใครสนใจหรือกำลังจะต่อประกันรถยนต์ สามารถเปรียบเทียบแผนประกันได้ที่ Priceza Money เพราะเราได้รวบรวมโบรกเกอร์ และบริษัทประกันชั้นนำไว้มากมาย ในที่นี่ที่เดียว
รายละเอียดความคุ้มครองประกันชั้น 1
การคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถของผู้เอาประกันภัย
ic-other-party-car.svg
อุบัติเหตุรถชนรถ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อความเสียหายของรถยนต์ อุปกรณ์ตกแต่งที่ติดอยู่กับตัวรถยนต์อันเกิดจากการชนกับรถยนต์หรือยานพาหนะทางบก จำนวนวงเงินตามที่กรมธรรม์ระบุเอาไว้
ic-other-party-not-car.svg
อุบัติเหตุคู่กรณีไม่ใช่รถ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อความเสียหายของรถยนต์ อุปกรณ์ตกแต่งที่ติดอยู่กับตัวรถยนต์อันเกิดจากการชนหรือประสบอุบัติเหตุโดยไม่มีคู่กรณี จำนวนวงเงินตามที่กรมธรรม์ระบุเอาไว้
ic-flood.svg
รถน้ำท่วม/ภัยพิบัติ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อความเสียหายของรถยนต์ อุปกรณ์ตกแต่งที่ติดอยู่กับตัวรถยนต์อันเกิดจากภัยธรรมชาติหรือน้ำท่วม จำนวนวงเงินตามที่กรมธรรม์ระบุเอาไว้
ic-a-fire.svg
รถไฟไหม้ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อความเสียหายของรถยนต์ อุปกรณ์ตกแต่งที่ติดอยู่กับตัวรถยนต์อันเกิดจากไฟไหม้โดยจะเกิดจากอุบัติเหตุหรือด้วยตัวรถยนต์เองก็ได้ จำนวนวงเงินตามที่กรมธรรม์ระบุเอาไว้
ic-robbery.svg
รถถูกโจรกรรม ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อความเสียหายของรถยนต์ อุปกรณ์ตกแต่งที่ติดอยู่กับตัวรถยนต์อันเกิดการสูญหาย โจรกรรม ลักทรัพย์ จำนวนวงเงินตามที่กรมธรรม์ระบุเอาไว้
การคุ้มครองความเสียหายต่อบุคคลที่สาม
ic-third-party-car-crash-car.svg
อุบัติเหตุรถชนรถ ทรัพย์สินอื่นๆ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อความเสียหายต่อทรัพย์สิน ของบุคคลที่สามที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบตามกฎหมายอันเกิดจากอุบัติเหตุที่เกิดจากการใช้รถยนต์ หรือเหตุอื่นๆอันเกิดจากสิ่งของที่ติดอยู่กับรถยนต์ จำนวนวงเงินสูงสุดไม่เกิน 5,000,000 บาท
ic-third-party-lost-life.svg
เสียชีวิต/ค่ารักษาพยาบาล ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับค่ารักษาพยาบาลหรือกรณีเสียชีวิต ต่อบุคคลที่สามที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบตามกฎหมายอันเกิดจากอุบัติเหตุที่เกิดจากการใช้รถยนต์ หรือเหตุอื่นๆอันเกิดจากสิ่งของที่ติดอยู่กับรถยนต์ จำนวนวงเงินสูงสุด คนละ 1,000,000 บาท และโดยรวมไม่เกิน 10,000,000 บาท
การคุ้มครองความเสียหายต่อผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
ic-rider-insurance.svg
ประกันตัวผู้ขับขี่ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับค่าประกันตัวให้ผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย อันเกิดจากอุบัติเหตุที่เกิดจากการใช้รถยนต์เป็นเหตุให้ต้องโทษคดีอาญา จำนวนวงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท
ic-rider-medical-expense.svg
ค่ารักษาพยาบาล ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับค่ารักษาพยาบาลค่าผ่าตัด และค่าบริการทางการแพทย์อื่น ๆ อันเกิดจากอุบัติเหตุที่เกิดในจังหวะที่ผู้เอาประกันภัยกำลังใช้งานรถยนต์ จำนวนวงเงินตามที่กรมธรรม์ระบุเอาไว้
ic-rider-lost-life.svg
กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมสำหรับผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร กรณีที่มีผู้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร อันเกิดจากอุบัติเหตุที่เกิดในจังหวะที่ผู้เอาประกันภัยกำลังใช้งานรถยนต์ จำนวนวงเงินตามที่กรมธรรม์ระบุเอาไว้
เปรียบเทียบความคุ้มครองประกันภัย
เปรียบเทียบ
ความคุ้มครอง
ประกันภัย
ชั้น 1
ชั้น 2
ชั้น 2+
ชั้น 3
ชั้น 3+
ความเสียหายต่อตัวรถของผู้เอาประกัน บุคคลที่สาม
ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
ic-other-party-car.svg อุบัติเหตุ
รถชนรถ
ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg
ic-other-party-not-car.svg อุบัติเหตุคู่กรณี
ไม่ใช่รถ
ic-yellow-check.svg
ic-flood.svg รถน้ำท่วม/
ภัยพิบัติ
ic-yellow-check.svg
ic-a-fire.svg รถไฟไหม้ ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg
ic-robbery.svg รถถูกโจรกรรม ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg
ic-third-party-car-crash-car.svg อุบัติเหตุรถชนรถ
ทรัพย์สินอื่นๆ
ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg
ic-third-party-lost-life.svg เสียชีวิต/
ค่ารักษาพยาบาล
ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg
ic-rider-insurance.svg ประกันตัวผู้ขับขี่ ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg
ic-rider-medical-expense.svg ค่ารักษา
พยาบาล
ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg
ic-rider-lost-life.svg กรณีเสียชีวิต
หรือทุพพลภาพ
ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg ic-yellow-check.svg
บทความ
FAQ

คำตอบนี้ เราจะพูดถึงในส่วน ที่ผู้เอาประกัน ได้รับทราบตามเงื่อนไขกรมธรรม์ที่เลือกไว้ ก็คือกรณี ที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น แล้วประกันจ่าย ซึ่งจะให้ความคุ้มครอง ครอบคลุมครบ ได้แก่

  • รถชน แบบมีคู่กรณี โดยเจ้าของรถยังอยู่เคลียร์ สามารถเรียกประกันคุ้มครองได้
  • รถชน แต่ไม่มีคู่กรณี ซึ่งเราอาจถอยไปชนเอง หรือ มีคนมาเฉี่ยวท้ายรถแล้วหนี
  • เมื่อเกิดเหตุโจรกรรม รถหาย ไม่สามารถตามหาเจอได้ ประกันนี้คุ้มครองความเสียหายให้
  • รถเสียหายจากภัยพิบัติต่างๆ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม เป็นสิทธิคุ้มครองเพิ่มเติมจากประกันชั้น 1
  • ครอบคลุมการรักษาพยาบาลของผู้ขับขี่ เมื่อบาดเจ็บ และ ค่าใช้จ่ายความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งตัวเรา และคู่กรณี พูดง่ายๆ ก็คือ ประกันชั้น 1 ซ่อมเขา+ซ่อมเรา+สูญหาย+ไฟไหม้+น้ำท่วม+รักษาพยาบาล ได้หมด!!

ใช่ว่า มีประกันชั้น 1 แล้วจะโมเม หลอกเคลมฟรี ทุกครั้งไป คงไม่ได้เพราะประกันชั้น 1 ก็มีเงื่อนไขที่ไม่สามารถคุ้มครองได้อยู่ นั่นก็คือ…

  • ตั้งใจชนให้เกิดอุบัติเหตุ ตรงนี้ใครหัวหมอ ชอบชนเพื่อเอาประกันอดนะ ถ้าเค้าสืบรู้ความจริง
  • รถติดก๊าซ NGV หรือ LPG โดยไม่ได้แจ้งบริษัทประกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ประกันจะไม่รับผิดชอบส่วนนี้และคุณจะเป็นฝ่ายผิด
  • เมาแล้วขับ ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุอย่างไร ถ้าตรวจพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์เกินขนาด
  • ชำระเบี้ยประกันไม่ครบ หากค้างจ่ายเบี้ยประกัน หรือ จ่ายล่าช้าเมื่อเกิดอะไรขึ้นส่วนนี้ ประกันไม่จ่ายแน่นอน
  • นำรถไปใช้ผิดวิธี คือ นำรถไปบรรทุกคน หรือ ของหนักเกินไปจนเกิดอุบัติเหตุ
  • นำรถไปก่อความเสียหาย เช่น นำไปประท้วง ก่อม็อบสร้างความรุนแรงในพื้นที่ฉุกเฉิน
  • ชนแล้วหนี กรณีนี้ประกันไม่จ่าย แล้วยังมีโอกาสขึ้นศาลด้วย
  • เกิดอุบัติเหตุเองไม่มีคู่กรณี แต่ไม่สามารถระบุสาเหตุใดๆได้อาจต้องเสียค่า Excess เอง

หลายคนสงสัยว่า หากเราซื้อประกันชั้น 1แล้วคุ้มครองครอบคลุม ถ้าเราเป็นฝ่ายผิดทั้งหมดล่ะ ประกันยังจะคุ้มครองอยู่ไหม?

คำตอบคือ ยังคงคุ้มครองเหมือนเดิม แม้เราจะเป็นฝ่ายผิด จะได้ทั้ง

  • ค่าซ่อมแซมรถยนต์
  • ค่ารักษาพยาบาล
  • ค่าประกันตัว
  • กรณีมีผู้เสียชีวิตแล้วต้องขึ้นศาล และค่าชดเชยอื่นๆ ตามมูลค่าที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ที่เลือก ต่อให้เป็นฝ่ายผิดบริษัทประกันก็ยินดีชดใช้ค่าเสียหายให้
  • หากเราเป็นฝ่ายถูก เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วไม่มีใบขับขี่ เรายังคงได้รับความคุ้มครองจากประกัน โดยบริษัทประกัน จะเรียกร้องค่าเสียหายจาก ประกันรถยนต์ของคู่กรณีที่เป็นฝ่ายผิด
  • หากเราเป็นฝ่ายผิด แน่นอน ไม่ว่าจะมีใบขับขี่แล้ว แต่ลืมพก หรือ ใบขับขี่หมดอายุ หรือ ใบขับขี่ถูกยึด ทางประกันก็ยังคุ้มครองทั้งฝั่งเราและคู่กรณี แต่หากไม่เคยสอบใบขับขี่มาก่อน และ เป็นฝ่ายผิด อันนี้ประกันไม่คุ้มครอง แต่จะชดเชยความเสียหายให้กับบุคคลภายนอก ที่ได้รับผลกระทบจากการขับขี่ของเรา ตามระบุไว้ในกรมธรรม์
  • ประกันชั้น 1 จะครอบคลุม ความคุ้มครองทุกอย่าง ของคนเอาประกัน คือ ซ่อมเขา+ซ่อมเรา+สูญหาย+ไฟไหม้+น้ำท่วม+รักษาพยาบาล ได้หมด!!
  • ประกันชั้น 2+ จะลดความคุ้มครองจากประกันชั้น 1 ไปนิดเดียว คือ หากชนโดยไม่มีคู่กรณี เราจะไม่ได้รับความคุ้มครองใดๆ ต้องจ่ายค่าซ่อมเอง และค่าเบี้ยประกันถูกกว่า ประกันชั้น 1 ทั้งหมดนี้ ก็คือคำตอบที่เรารวบรวมมา สำหรับคนที่สงสัยว่า ประกันชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง และ ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง หากใครกำลังมองหาการทำประกันรถยนต์ ลองมาเทียบประกันที่ใช่ และรับสิทธิพิเศษดีๆได้ที่นี่เลย Priceza Money

 สำหรับคนมีรถยนต์ การดูแลรักษาไม่ให้เกิดความเสียหาย เป็นเรื่องที่ทำได้ หากมีสติ และรู้จักขับขี่อย่างปลอดภัย แต่เรื่องที่ยากกว่านั้นคือ เราไม่สามารถควบคุมสถานการณ์บนท้องถนนได้ทั้งหมด ถ้าเราไม่ชนใคร จู่ๆวันหนึ่งก็อาจจะมีคนมาชนเราได้ ดังนั้น การทำประกันรถยนต์ไว้ ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายใดๆ โดยทั่วไป เรามักจะ ทำประกันชั้น 1 เพราะได้การคุ้มครองที่ครบครัน แต่บางคนก็เลือกเพียงแค่ประกันชั้น 2+ เท่านั้น ( แบบ 2 พลัสนะ ไม่ใช่ 2 เฉยๆ มันจะต่างกัน) แล้วทั้งสองประเภทนี้แตกต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับเรา ลองดูความแตกต่างตามนี้เลย!!

ประกันชั้น 1 ขับขี่อุ่นใจ ไปไหนก็คุ้มครองครบ

            ประกันชั้น 1 ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่าชั้น 1 นั่นแปลว่า จะต้องมีความพิเศษกว่าใคร เพราะเป็นประกันแบบทำทีเดียว เหมาหมด คุ้มครองทุกสถานการณ์ได้อย่างครบถ้วน ทั้งรถชน รถหาย ภัยธรรมชาติ และยังจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้อีกด้วย โดยประกันชั้น 1 จะคุ้มครอง…. 

  • หากเกิดรถชน จนเป็นรอย แต่ไม่มีคู่กรณี ระบุสาเหตุไม่ได้ ซึ่งเราอาจถอยไปชนเอง หรือ มีคนมาเฉี่ยวท้ายรถแล้วหนี 
  • หากเกิดรถชน แบบมีคู่กรณี โดยเจ้าของรถยังอยู่เคลียร์ สามารถเรียกประกันคุ้มครองได้
  • เมื่อเกิดเหตุโจรกรรม รถหาย ไม่สามารถตามหาเจอได้ ประกันนี้คุ้มครองความเสียหายให้
  • รถเสียหายจากภัยพิบัติต่างๆ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม เป็นสิทธิคุ้มครองเพิ่มเติมจากประกันชั้น 1 
  • ครอบคลุมการรักษาพยาบาลของผู้ขับขี่ เมื่อบาดเจ็บ และ ค่าใช้จ่ายความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งตัวเรา และคู่กรณี

ประกันชั้น 1 มีไว้ถือว่าอุ่นใจ หายห่วง ไม่ว่าเดินทางไปไหน ก็ครอบคลุมครบหมด เหมาะกับ รถใหม่ป้ายแดง รถที่เพิ่งซื้อได้ระยะ 1-7 ปี หรือ คนที่ไม่มั่นใจในการขับขี่ ขับรถยังไม่คล่อง ควรซื้อประกันภัยชั้น 1 ไว้ ช่วยได้เยอะ!!

ประกันชั้น 2+ คุ้มครอง “รถชนรถ”

          จำให้แม่นเลย ถ้าจะซื้อประกันชั้น 2+ แตกต่างจาก ชั้น 1 เพราะประกันนี้ จะคุ้มครองกรณี รถชนรถเท่านั้น ก็คือ รถถูกชนแบบมีคู่กรณี ถ้าบังเอิญ ถอยรถไปชนเสา หรือเหตุใดๆ ที่เกิดขึ้นเองจนรถเป็นรอย โดยไม่มีคู่กรณี ประกันชั้น 2+ จะไม่คุ้มครอง 

  • ค่ารักษาพยาบาล และ ซ่อมรถเรา กับ คู่กรณี ยังมีให้เหมือนประกันชั้น 1
  • กรณีรถหาย หรือ ไฟไหม้ น้ำท่วม ประกันชั้น 2+ ยังคุ้มครองค่าเสียหายให้
  • ค่าเบี้ยประกันถูกกว่าประกันชั้น 1 แต่ได้เกือบความคุ้มครองเกือบครบ

ประกันนี้ เหมาะกับรถยนต์ทุกอายุการใช้งาน หรือ รถที่ใช้งานนานแล้ว แต่อยู่ในสภาพดี

          จะเห็นได้ว่า ประกันรถยนต์ชั้น 1 และ ชั้น 2+ มีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย หากยังชอบความครบ เลือกประกันชั้น 1 หากขับรถคล่องแคล่วปลอดภัยดี ให้เลือกเป็น 2 + ไว้คุ้มครองก็อุ่นใจได้เหมือนกัน

ส่วนใหญ่ ซื้อรถยนต์มา หลายคนยังไม่ค่อยรู้ด้วยซ้ำ ว่า ประกันรถยนต์ชั้น 1 เคลมอะไรได้บ้าง เพราะรู้แค่การคุ้มครองพื้นฐาน และรู้แค่ว่า มันคือประกันชั้น 1 ยังไงมันก็ทำได้หมดแหละ ดังนั้น หากใครยังสงสัย เรามาดูกันเลย จะได้เข้าใจกันง่ายๆ เพราะไม่มีความยุ่งยากซ้ำซ้อนใดๆ สำหรับประกันชั้นสูงสุดนี้

  1. ซ่อมรถเขา และ รถเรา ตรงนี้เป็นส่วนที่คนสงสัยกันมาก ซึ่งหากเกิดกรณีรถชนรถ คือมีคู่กรณี ในที่เกิดเหตุ ทั้งรถของเขา และ รถของเรา มีความเสียหายเกิดขึ้น ประกันชั้น 1 จะคุ้มครอง และเคลมการซ่อมรถให้ทั้งสองฝ่ายได้
  2. ไม่มีคู่กรณีก็ซ่อมได้ เพราะหลายคนมักถอยรถชนเสา ชนกระถาง ชนฟุตบาท หรือ มีคนมาเฉี่ยวแล้วหนี หาคู่กรณีไม่ได้ ก็สามารถนำรถมาเคลมซ่อมได้ โดยจะต้องลงบันทึกหลักฐาน ทั้งภาพร่องรอยความเสียหาย ระบุบริเวณที่เกิดเหตุ และวัน เวลา ก็จะได้ความคุ้มครองตามทุนประกันที่เลือก แต่หากระบุไม่ได้เลย อาจเสียค่า Excess ประมาณ 1,000 บาท
  3. รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม เกิดจากการโจรกรรม และ ภัยพิบัติต่างๆ โดยไม่คาดคิด จนรถเกิดความเสียหาย ก็สามารถยื่นเรื่องเคลม เพื่อรับสิทธิ์คุ้มครองค่าเสียหายได้
  4. ค่ารักษาพยาบาล ไม่ว่าอุบัติเหตุ จะทำให้ผู้ขับขี่ คู่กรณี หรือ ผู้โดยสารในรถ เกิดการบาดเจ็บ สามารถเคลมค่ารักษาพยาบาล คุ้มครองตามกรมธรรม์ที่เลือกได้
  5. ค่าเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย กรณีเกิดอุบัติเหตุส่วนบุคคล ต่อคนขับ และผู้โดยสารในรถที่เอาประกัน เกิดเสียชีวิต หรือ ทุพพลภาพถาวร ประกันชั้น 1 จ่ายค่าเสียหายให้ หรือ หากรถของผู้เอาประกัน เกิดเฉี่ยวชนกับบุคคลภายนอก และบาดเจ็บ หรือ เสียชีวิต ประกันชั้น 1 ก็ดูแลเรื่องค่าเสียหายตามทุนประกันที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
  6. ประกันตัวผู้ขับขี่ เมื่อผู้เอาประกัน เกิดอุบัติเหตุ และมีผู้เสียชีวิต หากกลายเป็นคดีอาญา ประกันชั้น 1 จะช่วยดูแลเรื่องประกันตัว ตามทุนประกันที่เลือกไว้ ถือว่าตอบโจทย์สำหรับคนต้องการทำประกันชั้น 1 มากทีเดียว
  7. เคลมฟิล์มกรองแสง (หากมีระบุในประกันที่เลือก) และกระจกส่วนต่างๆ เกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุใดๆ ก็สามารถแจ้งเคลมเปลี่ยนกระจกได้ ซึ่งจะได้รับการเปลี่ยนฟิล์มกรองแสงด้วย โดยต้องแจ้ง เลขที่กรมธรรม์ ทะเบียนรถ ยี่ห้อฟิล์มติดรถยนต์ หรือใบรับประกันฟิล์ม
  8. เคลมช่วงล่าง สามารถเคลมได้ หากประกันที่เลือกมีระบุไว้ในเงื่อนไข ซึ่งโดยทั่วไป ถ้าช่วงล่างของรถ เกิดการชน หรือ อุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี ก็สามารถแจ้งเคลมกับประกันชั้น 1 เพื่อส่งซ่อมต่อไป

เห็นไหมว่า ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 สามารถเคลมได้ตั้งหลายอย่าง จริงๆถ้าอยู่ในเงื่อนไขของกรมธรรม์ ก็เคลมได้รอบคันเลย แล้วแต่กรณี 

 รถยนต์ หากต้องการทำประกันภัยรถยนต์ ก็มักจะตั้งคำถามว่า ทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนดี ซึ่งจริงๆแล้ว ประกันชั้น 1 มีบริษัทประกันภัยให้เลือกเยอะมาก คงต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน ว่าชอบสิทธิและเงื่อนไขของกรมธรรม์ที่ได้รับแบบไหน ในปี 2020 นี้ เราจึงเลือกประกันชั้น 1 ที่น่าสนใจ มาให้ลองตัดสินใจกัน

เจพี ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1

      หลายคนอาจไม่คุ้นเคย กับประกันภัยชื่อนี้กันมากนัก เพราะเป็นประกันภัยน้องใหม่ ที่กำลังมาแรง อยู่ภายใต้เครือบริษัท เจมาร์ท เป็นประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ที่มาในราคาหลักพัน แต่มีความคุ้มครองที่ครบครันมาก ครอบคลุมทั้งบุคคลภายนอกและผู้เอาประกัน แถมคุ้มครองเพิ่มเติมในทุกกรณี ได้แก่

  • ความคุ้มครองต่อบุคคลภายนอก ประกันรับผิดชอบทั้ง การบาดเจ็บ เสียชีวิต และ ทรัพย์สิน
  • ความคุ้มครองความเสียหายของตัวรถยนต์ที่เอาประกัน ประกันรับผิดชอบทั้ง ทุนประกันสูงสุดตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป ค่าความเสียหายส่วนแรก คุ้มครองรถสูญหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม
  • ความคุ้มครองเพิ่มเติม ทั้ง อุบัติเหตุส่วนบุคคลต่อคน ค่ารักษาพยาบาลต่อคน ประกันตัวผู้ขับขี่ต่อครั้ง คุ้มครองตัวรถยนต์ ซ่อมอู่ประกัน เมื่อรถชนรถ โดยมีคู่กรณี หรือ อุบัติเหตุโดยไม่มีคู่กรณี

ประกันภัยชั้น 1 ของเจพี มีให้เลือกหลายแพ็คเกจ แต่ที่คุ้มครบเลย คือ แพ็จเกจ ป.1 จี๊ดจ๊าด เริ่มต้นเพียง 7,700 บาท แต่คุ้มครองได้ครบทุกอย่างเลย คุ้มค่ามากสำหรับปีนี้

กรุงเทพประกันภัย ประเภท 1

      ต้องยกให้เลย สำหรับการทำประกันภัยรถยนต์ของที่นี่ เพราะขึ้นชื่อในเรื่องของ เคลมง่าย จบไว แต่ก็อย่างที่รู้ กรุงเทพประกันภัย ก็จ่ายเบี้ยประกันราคาสูงนิดนึง ถึงอย่างนั้น ถ้าเทียบกับคุณภาพของชื่อเสียง ก็ถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะได้รับการคุ้มครองทุกกรณี ได้แก่

  • ความคุ้มครองครบ ทั้งต่อตัวผู้เอาประกัน และ คู่กรณี เมื่อเกิดการบาดเจ็บ เสียชีวิต และ ทรัพย์สิน
  • ความคุ้มครองความเสียหายของตัวรถยนต์ผู้เอาประกัน ทุนประกัน ค่าความเสียหาย คุ้มครองรถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม
  • ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ทั้งผู้ขับขี่ คู่กรณี ผู้โดยสาร

ประกันชั้น 1 ของกรุงเทพประกันภัย ได้รับความน่าเชื่อถือเป็นอันดับต้นๆของไทย เคลมง่ายไม่จุกจิก บริการหลังการขายดีเยี่ยม แถมอู่ซ่อมยังรับรองคุณภาพ ได้อะไหล่แท้ด้วย ใครชอบการลงทุนกับประกันดีๆและคุ้มค่าแบบนี้ ลองเลือกใช้บริการกรุงเทพประกันภัยได้เลย

วิริยะประกันภัย ประเภท 1

      ที่นี่ ถือว่าเป็นประกันภัยรถยนต์ ยอดนิยม ที่หลายๆคนมักมาเลือกใช้ประกันชั้น 1 กัน ซึ่งถึงแม้ราคาจะค่อนข้างสูง แต่ก็เป็นเลิศด้านการบริการ Service ต่างๆ ทำได้ดี ดูแลเอาใจใส่ลูกค้า ความคุ้มครอง แทบไม่ต้องพูดถึง เพราะมีให้ครบครัน ได้แก่

  • ความคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต และ ทรัพย์สิน ทั้งผู้เอาประกัน คู่กรณี และ ผู้โดยสาร
  • ความคุ้มครองความเสียหายรถยนต์ของผู้เอาประกัน ทั้งที่มีคู่กรณี และ ไม่มีคู่กรณี
  • ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลให้กับทุกฝ่าย
  • ความคุ้มครองต่อความเสียหาย เมื่อรถหาย ไฟไหม้ หรือ น้ำท่วม

ประกันชั้น 1 ของวิริยะประกันภัย เหมือนซื้อความสะดวก และความสบายใจ ใครชอบประกันภัยนี้ ลองศึกษาเงื่อนไขเพิ่มเติมดูอีกครั้ง