ประกันภัยชั้น 2+ ต่างจากชั้น 1 อย่างไร? เลือกต่อดีไหม?

มาทำความเข้าใจเงื่อนไขและข้อแตกต่างระหว่าง ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 และ 2+ กันว่าแตกต่างอย่างไร จะได้ตัดสินใจกันง่ายขึ้น

0
79

ในช่วง 1-2 ปี ที่่ผ่านมา ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากตัวกรมธรรม์ให้สิทธิคุ้มครองที่ใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 แต่ค่าเบี้ยประกันมีราคาที่ถูกกว่า จึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ผู้ใช้รถหันมาเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ กันมากขึ้น แต่ก็มักมาพร้อมเงื่อนไขบางอย่างอยู่เสมอ ดังนั้นก่อนเลือกซื้อกรมธรรม์ เรามาทำความเข้าใจเงื่อนไขและข้อแตกต่างระหว่าง ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 และ 2+ กันว่าแตกต่างอย่างไร จะได้ตัดสินใจกันง่ายขึ้น

ประกันภัยชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง ?

 

ซ่อมเขา ซ่อมเรา (กรณีรถชนรถเท่านั้น) + สูญหาย + ไฟไหม้

ให้ความคุ้มครองในกรณี

  • คุ้มครองผู้เอาประกันภัยกับรถ ซึ่งกรณีผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายผิด จะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรกเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท (อาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นกับข้อตกลงระหว่างผู้เอาประกันกับบริษัทประกันภัย)
  • คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิต ร่างกายของบุคคลภายนอก (ตามทุนประกัน)
  • คุ้มครองและรับผิดชอบต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก หรือยานพาหนะของคู่กรณี (ตามทุนประกัน)
  • คุ้มครองและรับผิดชอบต่อรถยนต์กรณีสูญหาย หรือ เกิดเหตุไฟไหม้ (ตามทุนประกัน)

ทำประกันภัยรถยนต์ที่ไหนดี

ประกันภัยชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง?

ซ่อมเขา ซ่อมเรา + สูญหาย + ไฟไหม้

ให้ความคุ้มครองเกือบทุกกรณี (ตามทุนประกัน) ยกเว้น!!

  • ทำผิดกฏหมายจราจร : ทางบริษัทประกันภัยสามารถบอกปฏิเสธคุ้มครองตามสิทธิกรมธรรม์ ได้ทันที หากผู้เอาประกันไม่ปฏิบัติตามกฏหมายจราจร ในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น เมาแล้วขับ, นำรถที่แจ้งในกรมธรรม์ไปใช้ผิดประเภท เป็นต้น
  • รถที่ติดก๊าซ LPG, NGV : ถ้าหากรถเราได้ติดตั้งระบบก๊าซเข้ามาทั้งจากโรงงานหรือติดตั้งเองในภายหลัง ผู้เอาประกันต้องแจ้งให้บริษัทประกันทราบด้วย มิเช่นนั้นหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น เราอาจจะกลายเป็นฝ่ายผิดเองทันที
  • ใช้เพื่อการก่อการร้ายหรืออยู่ในพื้นที่ประกาศ พรก ฉุกเฉิน : ซึ่งถ้าหากรถยนต์ที่เอาประกันถูกนำไปใช้เพื่อการก่อการร้าย หรือ เอาไปสร้างความรุนแรงต่างๆ เช่น นำไปจอดปิดถนน เพื่อก่อม็อบ บริษัทประกันจะไม่คุ้มครองต่อความเสียหายไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • ตั้งใจโกหก : เนื่องจากประกันภัยชั้น 1 ให้สิทธิการคุ้มครองที่ครอบคลุมต่อการใช้งานรถยนต์เกือบทั้งหมด ดังนั้นจึงมีบางคนตั้งใจที่โกหก หรือ ตั้งใจทำเกิดอุบัติเหตุ เพื่อทำการเคลมตัวรถยนต์กับบริษัทประกันภัย ซึ่งตรงจุดนี้ถ้าหากมีการตรวจสอบย้อนหลังแล้วพบว่า เกิดจากความจงใจหรือตั้งใจ คุณอาจโดนแบล็คลิสต์ และโดนเรียกค่าเสียหายย้อนหลังได้เช่นกัน​

 

สรุป!

ประกันภัยชั้น 2+ กับ ประกันชั้น 1 นั้น นอกจากเรื่องเบี้ยประกันภัยแล้ว มีข้อแตกต่างหลักๆ คือ เรื่องของการแจ้งเคลม ที่เกิดกับรถยนต์ผู้เอาประกัน ซึ่ง ประกันภัยชั้น 2+ จะรับเคลมให้ในกรณีที่เป็นเกิดขึ้นกับ รถยนต์ชนรถยนต์ เท่านั้น ไม่สามารถแจ้งเคลมในกรณี ชนเสา ชนประตูบ้าน เบียดเสา ฯลฯ ได้ (ประกันชั้น 1 เคลมได้) และผู้เอาประกันจะต้องแจ้งระบุคู่กรณีได้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ถ้ามองเรื่องของความคุ้มค่า ประกันภัยชั้น 2+ จัดเป็นประกันภัยรถยนต์ ที่ได้รับสิทธิคุ้มครองที่คุ้มกับเบี้ยเสียไปพอสมควร แต่หากมองอีกมุมก็จะพบว่า อุบัติเหตุ สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นประกันชั้น 1 ยังไงแล้วก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดแล้ว สำหรับรถยนต์ แต่สุดท้ายคงขึ้นอยู่กับคุณผู้อ่านว่า ไลฟ์สไตล์การใช้งานรถยนต์เป็นอย่างไร และแบบไหนเหมาะสมกับตัวเรามากที่สุด รวมทั้งอย่าลืม เปรียบเทียบราคา ก่อนด้วยนะ

คอมเมนต์

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่