พฤติกรรมการขับรถ มีผลต่อเบี้ยประกันรถยนต์อย่างไร

0
58

“พฤติกรรมการขับรถ” เป็นบุคลิกส่วนตัวของคนขับรถแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่หัดขับรถใหม่ๆ คนที่ชอบแข่งรถ ชอบขับรถซิ่ง หรือคนขับรถที่มีประสบการณ์มายาวนาน พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการต่อเบี้ยประกันภัยรถยนต์ โดยบริษัทประกันภัยมักจะดูจากประวัติการขับรถยนต์ของผู้ขับขี่ เพื่อประกอบการตัดสินใจ … เราจะมาดูกันว่า พฤติกรรมการขับรถ มีผลต่อเบี้ยประกันรถยนต์อย่างไร … ไปดูกันเลย

 

พฤติกรรมการขับรถ มีผลต่อเบี้ยประกันรถยนต์อย่างไร

พฤติกรรมแรก “การขับขี่ของผู้ที่หัดขับรถใหม่”

สำหรับพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ที่หัดขับรถใหม่ๆ มักจะมีความเสี่ยงแฝงเสมอ หากผู้ทำประกันยังเป็นมือใหม่ และประสบการณ์การขับขี่บนท้องถนนยังไม่กี่ปี หรืออาจจะไม่ถึงปี หากเราระบุชื่อของผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์น้อย เบี้ยประกันที่คิดจะถูกคำนวณในราคาที่แพงกว่าผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์การขับขี่มาพอสมควร
โดยปกติแล้ว พฤติกรรมการขับขี่ของผู้หัดขับรถมือใหม่ มักจะเกิดการเฉี่ยวชน หลายครั้งเป็นการเฉี่ยวชนเล็กๆ น้อยๆ หลายครั้งก็เป็นอุบัติเหตุไม่คาดคิด ทำให้การทำประกันของเราควรทำประกันชั้นหนึ่งไปเลย เพื่อให้ครอบคลุมทุกความเสียหาย จะได้ไม่ต้องมาปวดหัวภายหลัง
สำหรับการต่อประกันก็ควรต่อกับบริษัทเดิม หากประวัติเราไม่ได้แย่จนเกินไป ไม่ได้เคลมบ่อยอย่างที่คิด การต่อกับบริษัทเดิมจะช่วยให้เราสะดวกไม่ยุ่งยากนั่นเองครับ

พฤติกรรมที่สอง “พฤติกรรมของผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์หลายปี”

หากเราเป็นผู้ขับขี่รถยนต์ที่มีประสบการณ์นานหลายปี เราจะมีประวัติการเคลมประกัน การเกิดอุบัติเหตุ และค่าใช้จ่ายในการเคลม รวมทั้งความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละปีที่เราใช้รถยนต์
หากเรามีประสบการณ์การขับขี่หลายปี และประวัติดี คือ ไม่ค่อยเคลมบ่อย ๆ ไม่ค่อยแจ้งอุบัติเหตุ ประวัติเราก็จะดี ทำให้การต่อประกันจะได้เบี้ยประกันที่ถูกตามไปด้วย
อย่างไรก็ตามหากรถยนต์ของเราเป็นรถยนต์คันใหม่ เป็นรถมือหนึ่ง เราก็ยังควรทำประกันชั้นหนึ่งไปเลย เนื่องจากบางครั้งเราอาจไม่ได้เป็นผู้ขับขี่รถเอง แต่มีคนยืมไปขับ หรือให้คนอื่นขับแทน เวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน ประกันชั้นหนึ่งจะทำให้เราอุ่นใจได้มากมาย
แต่หากรถยนต์ของเราเป็นรถมือสอง หรือเป็นรถยนต์ที่ถูกใช้มานานหลายปีแล้ว การทำประกันชั้นสองบวก ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ลองปรึกษาเจ้าหน้าที่ทำประกัน หรือเจ้าหน้าที่ขายก็ได้ครับ จะได้รับคำตอบที่เหมาะสมกับพฤติกรรมการขับขี่ของเราที่สุด
สำหรับเรื่องการต่อประกัน เราสามารถต่อกับบริษัทเดิมได้เลย เนื่องจากประวัติเราดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เบี้ยประกันจะไม่สูงมาก แต่ถ้าอยากเปรียบเทียบกับบริษัทอื่น ก็สามารถทำได้เช่นกันครับ

 

ผู้ขับขี่ที่มีความเสี่ยง

พฤติกรรมที่สาม “เป็นผู้ขับขี่ที่มีความเสี่ยง”

หากเรามีพฤติกรรมเหล่านี้ คือ เกิดอุบัติเหตุบ่อย ขับรถค่อนข้างเร็ว ขับรถซิ่ง ๆ ถ้าเรามีพฤติกรรมแบบนี้ การต่อประกัน ผู้ทำประกันรถจะดูประวัติเก่าของเรา และอาจขึ้นเบี้ยประกันเวลาไปต่อ เนื่องจากประวัติมันฟ้องว่าเราเคลมบ่อย และเกิดเหตุการณ์เฉี่ยวชนบ่อย ๆ เช่นกัน
ทางเลือกที่ดีของผู้ที่มีพฤติกรรมดังกล่าว หากเรารู้ตัวเองว่า เป็นคนขับรถค่อนข้างเร็ว ก็ควรเลือกทำประกันชั้นหนึ่ง ยิ่งรถยนต์ปีใหม่ๆ ยิ่งต้องทำประกันให้ครอบคลุมทุกเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการขับขี่ของเรานั่นเอง
สำหรับการต่อประกันสามารถต่อกับบริษัทเดิมได้ เพราะมีประวัติเก่าอยู่ แต่ถ้าอยากเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นๆ ลองสอบถามดูก็ดีนะครับ เผื่อบริษัทประกันใหม่ จะคำนวณเบี้ยประกันให้ถูกกว่าที่เก่า ก็จะเป็นประโยชน์กับตัวเราเอง

อย่างไรก็ตาม หากเราคิดจะต่อประกัน หรือทำประกันรถยนต์ใหม่ แต่ไม่รู้จะจับต้นชนปลายอย่างไร อยากรู้ข้อมูลไม่รู้เข้าไปหาที่ไหน ท่านสามารถเข้าไปหาข้อมูล หรือเช็คราคา เช็ครายละเอียดต่างๆ ได้ที่ Priceza Money รับรองว่ามีทุกคำตอบที่คลายข้อสงสัย อย่างแน่นอนครับ

คอมเมนต์

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่