ประกันรถยนต์ชั้น 3
ประกันชั้น 3 เป็นประกันชั้นที่ราคาเบี้ยต่ำที่สุด อยู่ในหลักพันต้น ๆ และยังคงให้ความคุ้มครองอยู่พอสมควร นั่นคือ ให้ความคุ้มครองในการชดใช้ค่าเสียหายของตัวรถยนต์และทรัพย์สินคู่กรณี และยังให้ค่ารักษาพยาบาลต่อร่างกายและชีวิตด้วย แต่ประกันชั้น 3 นั้น ไม่สามารถคุ้มครองรถยนต์ของเราเมื่อเกิดเหตุได้ ประกันชั้นนี้จึงเหมาะสำหรับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมานานพอสมควรแล้ว จึงคุ้มค่าที่จะทำ และต่อให้เกิดเหตุรถชนรถ ในกรณีที่เราเป็นฝ่ายผิด อย่างน้อยประกันชั้น 3 ก็ยังคุ้มครองรถของคู่กรณี โดยที่เราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการชดใช้ค่าเสียหายเอง และหากรถเราเป็นแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังสามารถแก้ไขเบื้องต้นได้ เพราะหากรถเก่ามากแล้ว คงไม่คุ้มที่จะเสียเงินนำไปส่งซ่อมเอง หากใครกำลังตัดสินใจที่จะต่อประกันชั้น 3 แนะนำให้เปรียบเทียบความคุ้มครองและราคาเบี้ยประกันในแต่ละชั้น แต่ละบริษัทประกันดูก่อน ว่าแผนประกันไหนที่ให้ได้คุ้มค่าที่สุด ที่ Priceza Money
รายละเอียดความคุ้มครองประกันชั้น 3
ic-only-me.svg
ไม่มีคู่กรณี ชั้น 1 เท่านั้น อุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณีให้เคลม รวมถึงชนแล้วหนี เราจะรับผิดชอบให้
ic-we.svg
ซ่อมเรา รถของคุณเรารับผิดชอบเอง สบายใจหายห่วง เรื่องค่าใช้จ่าย
ic-them.svg
ซ่อมเขา อุบัติเหตุมีคู่กรณี เราต้องรับผิดชอบ อย่ากังวล รีบโทรหาเจ้าหน้าที่ประกันของคุณ
ic-lost-car.svg
รถหาย รถหาย โดนโจรกรรม เราช่วยเหลือได้
ic-fire.svg
ไฟไหม้ อัคคีภัยโดยไม่คาดฝัน ตั้งสติ รีบโทรหาเจ้าหน้าที่ได้เลย
ic-flooding.svg
น้ำท่วม น้ำท่วมพื้นที่ รถของเราจะเสียหายมั้ย อย่าตกใจ โทรหาเจ้าหน้าที่ได้เลย
compare-type-table.svg
FAQ

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 เป็นประกันที่ถูกที่สุด ให้ความคุ้มครองรองจากประกันชั้น 3+ โดย ประกันนี้ จะให้ความคุ้มครอง...

  • กรณีเกิดอุบัติเหตุ โดยมีคู่กรณี คือ รถชนรถเท่านั้น แต่ประกันจะไม่ครอบคลุม รถผู้ขับขี่ ความคุ้มครองและจ่ายค่าเสียหาย จะเคลมให้เฉพาะรถของคู่กรณี ซึ่งจะทำให้ผู้เอาประกัน ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเสียเงินค่าซ่อมแซมความเสียหายให้คู่กรณี
  • คุ้มครองชีวิต และทรัพย์สินของคู่กรณี และ บุคคลภายนอก จำนวนเงินตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์
  • ค่ารักษาพยาบาล เมื่อคู่กรณี ผู้โดยสาร หรือ บุคคลภายนอกได้รับบาดเจ็บ
  • ความคุ้มครองผู้เอาประกัน เมื่อมีความผิดในการขับขี่ ประกันจะรับผิดชอบ ประกันตัวผู้ขับขี่ให้ หากต้องขึ้นศาล มีคดี
  • ไม่คุ้มครองรถผู้เอาประกัน แม้จะเป็นอุบัติเหตุแบบรถชนรถ ประกันชั้น 3 จะคุ้มครองเพียงคู่กรณีเท่านั้น
  • ไม่คุ้มครองทั้งสองฝ่ายทั้งผู้เอาประกันและคู่กรณี หากไม่มีคู่กรณีอยู่ในที่เกิดเหตุ ประกันจะไม่รับผิดชอบย้อนหลังในส่วนนี้
  • ไม่คุ้มครองผู้เอาประกัน หากไม่มีคู่กรณี เช่น ขับรถไปชนต้นไม้ เสาไฟฟ้า รอยขูดกำแพง หรือ คู่กรณีชนแล้วหนี ประกันไม่จ่ายส่วนนี้
  • ไม่คุ้มครองรถเมื่อเกิดการสูญหาย ถูกโจรกรรม ไฟไหม้ หรือ น้ำท่วม ประกันไม่รับผิดชอบส่วนนี้

เนื่องจากเป็นประกันที่จ่ายถูกที่สุด จึงเหมาะกับรถที่ต้องการความคุ้มครองไม่มากนัก โดย เหมาะกับรถมีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป รถใช้งานน้อย จอดไว้ที่บ้าน หรือ ขับไปทำงานในระยะทางใกล้ๆซะ ส่วนใหญ่ หรือ ผู้ขับขี่ เชี่ยวชาญการขับรถ ประสบการณ์สูง และไม่เคยมีประวัติการเกิดอุบัติเหตุ เพราะ อย่าลืมว่า ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ไม่คุ้มครอง รถของผู้เอาประกัน ดังนั้น ถ้าคิดว่ามั่นใจในพฤติกรรม การขับขี่ ก็สามารถทำประกันชั้น 3 ได้

จำไว้เสมอว่า ประกันชั้น 3 ผู้เอาประกันจะไม่ได้รับความคุ้มครองการซ่อมแซมรถ จะได้รับ เฉพาะคู่กรณี ที่ถูกชนเท่านั้น ซึ่งประกันก็จะจ่ายตามวงเงินที่ระบุกรมธรรม์ และประกันชั้น 3 นี้ ยังจ่าย ค่ารักษาพยาบาล รับผิดชอบเมื่อสูญเสียชีวิต รวมถึงความเสียหายของรถและทรัพย์สินของคู่กรณี ส่วน รถของผู้เอาประกันภัย ประกันจะจ่ายเฉพาะค่ารักษา และค่าเสียชีวิตเท่านั้น ถ้าไม่มีคู่กรณี ยังไงก็ต้อง จ่ายเงินค่าซ่อมรถเอง

ตามที่แจ้งสิทธิการคุ้มครองในข้อต่างๆไว้เลยว่า ประกันภัยชั้น 3 คุ้มครองรถเขา ซ่อมรถเขา แต่ไม่คุ้มครองรถเรา ดังนั้น ถ้าถามว่าซื้อมาแล้วคุ้มไหม อาจจะคุ้มในแง่ของการจ่ายเบี้ยประกันที่ถูกมาก และเหมาะกับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 10 ปี หรือ รถที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ไม่ไปชนที่ไหน ซึ่งถ้าไม่ชน ก็ไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าซ่อม แต่ถ้าเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น ขับออกไปอย่างชำนาญ ก็ยังพลาดชนกันได้ อันนี้ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ในการซ่อมรถตัวเอง ซึ่งถ้าคำนึงถึงการต้องซ่อมเองในภายหลังด้วย อาจจะลองพิจารณา ความคุ้มครองที่สูงขึ้นมา อย่าง 3 , 2 หรือ ประกันภัยชั้น 1 ไปเลย
สำหรับใครที่กำลังมองหาประกันภัยรถยนต์ แล้วตัดสินใจยากว่าจะเลือกประกันภัยประเภทไหน เลือกบริษัทไหนดี ถึงคุ้มค่า คุ้มราคากับที่จ่าย ลองมาเปรียบเทียบราคา และความคุ้มครอง เพื่อพบประกันภัยรถยนต์ที่ใช่ ได้ที่นี่ทั้งนี้ การจะเลือกประกันภัยรถยนต์ให้เหมาะสม ก็ต้องดูจากวงเงินที่เราจ่ายได้ อายุการใช้งานของรถ และ พฤติกรรมของผู้ขับขี่เองด้วย ถึงจะเลือกได้อย่างตอบโจทย์ ที่สำคัญ การตั้งอยู่บนความไม่ประมาทขณะขับรถ มีสติเสมอ จะทำให้ชีวิตปลอดภัยมากขึ้น ควบคู่ไปกับความคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์

      ใครที่รถใช้มายาวนานเป็น 10 ปีแล้ว แต่ไม่อยากให้เป็นแค่รถธรรมดา อยากได้ความคุ้มครองที่มีประกันช่วยจ่ายให้ เวลาเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ตัวเลือกอย่างประกันชั้น 3 และ ชั้น 3+ คงผุดขึ้นมาในความคิดแน่นอน แต่ก็ยังเลือกไม่ถูกว่า ทั้งสองประเภทดีต่างกันยังไง แบบไหนที่จะเหมาะกับรถที่ใช้อยู่ เรามาดูกันเลยว่า ประกันชั้น 3 และ 3+ แตกต่างกันอย่างไร

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 เป็นประกันที่ถูกที่สุด โดยประกันนี้ จะให้ความคุ้มครอง ดังนี้

  • คุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุ โดยมีคู่กรณี คือ รถชนรถเท่านั้น แต่ประกันจะจ่ายเฉพาะของคู่กรณี ส่วนรถของผู้ขับขี่ที่เอาประกัน จะไม่ได้รับความคุ้มครอง
  • คุ้มครองชีวิต และทรัพย์สินของคู่กรณี และ บุคคลภายนอก จำนวนเงินตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์
  • ค่ารักษาพยาบาล เมื่อคู่กรณี ผู้โดยสาร หรือ บุคคลภายนอกได้รับบาดเจ็บ
  • คุ้มครองผู้เอาประกัน เมื่อมีความผิดในการขับขี่ ประกันจะรับผิดชอบ ประกันตัวผู้ขับขี่ให้ หากต้องมีคดีขึ้นศาล
  • ไม่คุ้มครองทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้เอาประกัน และ คู่กรณี หากไม่มีคู่กรณีอยู่ในที่เกิดเหตุ 
  • ไม่คุ้มครองผู้เอาประกัน หากไม่มีคู่กรณี เช่น ขับรถไปชนต้นไม้ เสาไฟฟ้า รอยขูดกำแพง หรือ คู่กรณีชนแล้วหนี 
  • ไม่คุ้มครองรถ เมื่อเกิดการสูญหาย ถูกโจรกรรม ไฟไหม้ หรือ น้ำท่วม
  • เหมาะกับรถที่มีอายุการใช้งาน 7 ปีขึ้นไป รถใช้งานน้อย จอดไว้ที่บ้าน หรือ ขับไปทำงานในระยะทางใกล้ๆซะส่วนใหญ่ หรือ ผู้ขับขี่ เชี่ยวชาญการขับรถ ประสบการณ์สูง และไม่เคยมีประวัติการเกิดอุบัติเหตุ 
  • เบี้ยประกันถูกที่สุด ราคาเริ่มต้นที่ 2000+ บาท

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+

  • คุ้มครอง เมื่อเกิดอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณี รถชนรถเท่านั้น โดยคู่กรณีจะต้องอยู่ในจุดเกิดเหตุ แต่การจ่ายประกันจะมีวงเงินที่จำกัด ตามเงื่อนไขที่ตกลงกับบริษัทประกัน
  • คุ้มครองในส่วนของค่ารักษาพยาบาล ของผู้เอาประกัน และ ผู้โดยสารในกรณีเกิดอุบัติเหตุ
  • คุ้มครองทรัพย์สิน ความเสียหาย และค่ารักษาพยาบาลสำหรับคู่กรณี
  • เบี้ยประกันถูกลงเยอะ ส่วนใหญ่เริ่มต้นที่ 5,000+ บาท   
  • เหมาะกับรถที่มีอายุการใช้งานเกิน 10 ปีขึ้นไป หรือ ใช้งานน้อย หรือ เชี่ยวชาญการขับขี่
  • ไม่คุ้มครองหากผู้เอาประกันไม่มีคู่กรณี หรือ อุบัติเหตุที่ไม่ใช่รถชนรถ
  • ไม่คุ้มครองรถผู้เอาประกัน หากเกิดอุบัติเหตุเอง เช่น ชนเสา ชนต้นไม้ รอยขูดขีด หรือ ถูกเฉี่ยวชนแล้วหนี เป็นต้น
  • ไม่คุ้มครอง หากรถหาย โดนโจรกรรม เกิดไฟไหม้ หรือ น้ำท่วม ทุกกรณี
  • มีค่าเสียหายในส่วนแรก ประมาณ 2,000 บาท หากผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด

สรุปง่ายๆ

ประกันภัยชั้น 3 ซ่อมเขา (ไม่ซ่อมเรา) + ค่าเสียหาย+ ค่ารักษาพยาบาล

ประกันภัยชั้น 3+ ซ่อมเขา + ซ่อมเรา + ค่าเสียหาย + ค่ารักษาพยาบาล

      ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ถือว่าเป็นประกันที่คุ้มครองแบบธรรมดาที่สุด และประหยัดที่สุด เหมาะกับรถที่มีอายุการใช้งานมายาวนาน อย่างน้อยต้อง 7 ปีขึ้นไป ซึ่งเหมาะกับคนใช้รถน้อย ขับขี่มั่นใจ แต่อยากมีประกันคุ้มครองไว้ ดังนั้น เรามาดูกันเลยดีกว่าว่า 

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง

  • คุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุ โดยมีคู่กรณี คือ รถชนรถเท่านั้น แต่ประกันจะจ่ายเฉพาะของคู่กรณี ส่วนรถของผู้ขับขี่ที่เอาประกัน จะไม่ได้รับความคุ้มครอง
  • คุ้มครองชีวิต และทรัพย์สินของคู่กรณี และ บุคคลภายนอก จำนวนเงินตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์
  • ค่ารักษาพยาบาล เมื่อคู่กรณี ผู้โดยสาร หรือ บุคคลภายนอกได้รับบาดเจ็บ
  • คุ้มครองผู้เอาประกัน เมื่อมีความผิดในการขับขี่ ประกันจะรับผิดชอบ ประกันตัวผู้ขับขี่ให้ หากต้องมีคดีขึ้นศาล

 

แต่ประกันชั้น 3 ก็มีส่วนที่ไม่คุ้มครองอยู่เช่นกัน…

  • ไม่คุ้มครองทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้เอาประกัน และ คู่กรณี หากไม่มีคู่กรณีอยู่ในที่เกิดเหตุ 
  • ไม่คุ้มครองผู้เอาประกัน หากไม่มีคู่กรณี เช่น ขับรถไปชนต้นไม้ เสาไฟฟ้า รอยขูดกำแพง หรือ คู่กรณีชนแล้วหนี 
  • ไม่คุ้มครองรถ เมื่อเกิดการสูญหาย ถูกโจรกรรม ไฟไหม้ หรือ น้ำท่วม

      อย่างที่บอกว่า ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 เหมาะกับรถที่มีอายุการใช้งาน 7 ปีขึ้นไป รถใช้งานน้อย จอดไว้ที่บ้าน หรือ ขับไปทำงานในระยะทางใกล้ๆซะส่วนใหญ่ หรือ ผู้ขับขี่ เชี่ยวชาญการขับรถ ประสบการณ์สูง และไม่เคยมีประวัติการเกิดอุบัติเหตุ  ดังนั้น เบี้ยประกันจึงถูกที่มาก ราคาเริ่มต้นที่ 2000+ บาท เรียกว่า ประหยัดค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองลงไปเยอะ 

      ถ้าถามว่า ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 คุ้มไหม ก็ต้องบอกว่า คุ้มมาก สำหรับรถที่มีอายุการใช้งานนานๆ เพราะมันไม่ต้องจ่ายแพง แถมยังคุ้มครองรถของคู่กรณี หากรถเรา และ รถเขา ชนกัน แต่น่าเสียดาย ที่ประกันจ่ายแค่คู่กรณี ส่วนรถของผู้เอาประกัน จะไม่ได้รับความคุ้มครองใดๆ ทำให้เราต้องควักเงินจ่ายค่าซ่อมแซมเองในส่วนนี้ ซึ่งถ้าเสียหายเยอะ ก็คงจ่ายค่าซ่อมแพงมาก ทั้งนี้ ก็ยังดีที่ไม่ต้องจ่ายให้คู่กรณี 

หรือหากรถใคร ใหม่กว่านั้น อายุการใช้งานไม่ถึง 7 ปี หรือต่ำกว่า 5 ปี ขอแนะนำให้เลือกใช้ ประกันชั้น 1 หรือ 2+ จะดีกว่า เพราะยังให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมกว่า แม้จะต้องจ่ายเบี้ยประกันแพงขึ้น

      อยากประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องประกันภัยรถยนต์ เพราะใช้รถมานานแล้ว แต่ก็อยากมีความคุ้มครองไว้ ทางเลือกที่น่าจะประหยัดได้มากที่สุด ก็คงเป็นประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ถึงความคุ้มครองจะไม่มาก แต่ก็ยังพอทำให้ขับขี่รถได้อย่างสบายใจ ดังนั้น ถ้าคิดจะเลือกประกันชั้น 3 แต่ยังไม่รู้เลือกของบริษัทไหนดี เรามาดูกันดีกว่า ว่าประกันภัยรถยนต์ของที่ไหน น่าใช้บริการบ้าง!!

เมืองไทยประกันภัย  

ชื่อนี้ใครๆก็คงได้ยินกันบ่อย เพราะมีประกันให้เลือกหลากหลายทางมาก และมีเบี้ยประกันที่ไม่สูงมากนัก สำหรับประกันภัยชั้น 3 ที่นี่ มีดังนี้

  • ประกันชั้น 3 เบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 1,900 บาท 
  • ประกันคุ้มครองชีวิตต่อคน 500,000 บาท  ชีวิตคู่กรณีต่อครั้ง 10,000,000 บาท  และ ทรัพย์สินคู่กรณี  800,000 บาท
  • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล คนในรถผู้ทำประกัน 50,000 บาทต่อคน
  • คุ้มครองชีวิตตนในรถผู้ทำประกัน 50,000 บาทต่อคน

 

เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย 

หลายคนอาจยังไม่คุ้นกับประกันภัยของบริษัทนี้ แต่มีชื่อเสียงดีมาก ช่วยเหลือฉุกเฉินได้ 24 ชั่วโมง พนักงานบริการดี สุภาพ โดยมีความคุ้มครอง ประกันภัยชั้น 3 ดังนี้

  • ประกันชั้น 3 เบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 1,850 บาท 
  • ประกันคุ้มครองชีวิตต่อคน 300,000 บาท  ชีวิตคู่กรณีต่อครั้ง 10,000,000 บาท  และ ทรัพย์สินคู่กรณี  600,000 บาท
  • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล คนในรถผู้ทำประกัน 50,000 บาทต่อคน
  • คุ้มครองชีวิตตนในรถผู้ทำประกัน 100,000 บาทต่อคน

 

ธนชาตประกันภัย 

ประกันภัยของที่นี่ แม้มีให้เลือกไม่มาก แต่ก็ยังมีประกันชั้น 3 ไว้ให้ โดยการทำประกันฯ กับธนชาต สามารถเลือกทำประกันออนไลน์ เคลมออนไลน์ หรือ ผ่อนชำระได้ แถมยังมีเจ้าหน้าที่ให้บริการสายด่วนช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง โดยมีความคุ้มครอง ดังนี้

  • ประกันชั้น 3 เบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 2,900 บาท 
  • ประกันคุ้มครองชีวิตต่อคน 300,000 บาท  ชีวิตคู่กรณีต่อครั้ง 10,000,000 บาท  และ ทรัพย์สินคู่กรณี  1,000,000 บาท
  • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล คนในรถผู้ทำประกัน 50,000 บาทต่อคน
  • คุ้มครองชีวิตตนในรถผู้ทำประกัน 50,000 บาทต่อคน

     จะเห็นได้ว่าประกันภัยรถยนต์ของทั้ง 3 บริษัท มีค่าใช้จ่ายในการคุ้มครอง ที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย และมีเบี้ยประกันเริ่มต้นที่ถูกทั้งหมด ทำให้คนที่คิดจะทำประกันภัยชั้น 3 ประหยัดเงินไปได้เยอะ ยกเว้นเอารถไปชน ไม่ว่าจะมีคู่กรณี หรือ ไม่มีคู่กรณี รถผู้เอาประกัน จะไม่ได้รับความคุ้มครองนะ ส่วนนี้ต้องเสียเงินจ่ายค่าซ่อมแซมเอง