เคยสงสัยไหม ว่าน้ำมันแต่ละชนิด แตกต่างกันอย่างไร ?

0
37

ปัจจุบันน้ำมันมีให้เราเลือกอย่างมากมาย มีทั้งน้ำมันเติมรถยนต์ น้ำมันเครื่องรถยนต์ และอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับปั้มน้ำมัน หรือธุรกิจปั้มน้ำมัน พาลให้เราอาจจะรู้สึกสับสนเอาง่ายๆ บทความนี้เราจะมาแจกแจง “ศัพท์เฉพาะทาง” ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจน้ำมันกันดีกว่า เริ่มกันเลย

 

น้ำมันแต่ละชนิด แตกต่างกันอย่างไร

สำหรับปั๊มน้ำมันนั้นเป็นสถานีบริการน้ำมันที่มีไว้สำหรับรถยนต์ที่ต้องเติมน้ำมันเพื่อเดินทางด้วยจุดประสงค์ต่างๆ ไม่ว่าจะเดินทางท่องเที่ยว ไปทำงาน หรือประกอบกิจการธุรกิจส่วนตัว
ปั้มน้ำมันในยุคสมัยใหม่แตกต่างจากในอดีตมากมาย ในยุคนี้ปั้มน้ำมันก็เหมือนคอมมูนิตี้มอลล์ หรือค้าปลีกเล็กๆ ห้างหนึ่งเลยทีเดียว เพราะในปั้มน้ำมันสมัยนี้จะมี ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ ร้าอาหาร ร้านค้าต่างๆ บางปั้มที่ใหญ่มากๆ เรียกได้ว่ามีทุกอย่างครบครัน เหมือนเราไปเที่ยวเดินห้างก็ไม่ผิด

ยกตัวอย่างเช่น ปั้มน้ำมันบางจาก ที่มีการพัฒนาตัวเองเรื่อยมาก จากแค่สถานีบริการเติมน้ำมันธรรมดาๆ ก็มีร้านค้าร้านขายมากขึ้น ร้านกาแฟอินทานิล ร้านสะดวกซื้อ หรือแม้แต่ห้องพักโรงแรมค้างคืนก็มี … จะเห็นได้ว่าพัฒนาการของปั้มน้ำมันมีมากขึ้นอย่างที่เราสังเกตได้ไม่ยากเลย ปั้มน้ำมันกลายเป็นแหล่งพบปะ สังสรรค์ พูดคุยกันในร้านกาแฟ มันได้เป็นมากกว่าแค่เรามาเติมน้ำมันไปแล้ว

สำหรับความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันนั้นมักจะกระทบต่อการดำรงชีวิตของคนส่วนใหญ่เป็นอย่างมาก และเป็นมาโดยตลอด การที่ราคาน้ำมันขยับขึ้น ขยับลง ส่งผลต่อคนจำนวนมาก หากน้ำมันมีแนวโน้มลดลง คนก็อยากเดินทางมากขึ้น ผู้ที่ประกอบกิจการก็จะมีต้นทุนขนส่งสินค้าที่ลดลง ในทางกลับกันหากราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น คนก็จะเดินทางน้อยลง ต้นทุนขนส่งก็จะเพิ่มขึ้น

ราคาน้ำมันถูกกำหนดด้วยปริมาณความต้องการใช้ และปริมาณการผลิต ในปัจจุบันประเทศไทยสามารถผลิตน้ำมันสุกได้ราว 9 แสน ถึง 1 ล้านบาเลล์ต่อวัน แต่กำลังการใช้ยังไม่ถึง 1 ล้านบาเลล์ต่อวัน ทำให้ราคาน้ำมันในยุคนี้ถือว่าไม่แพงมาก ผู้คนที่ชอบขับรถเดินทางท่องเที่ยวก็จะชอบอกชอบใจนั่นเอง

 

น้ำมันเกรดต่างๆ ที่เราต้องใช้เติมอยู่ทุกๆ วัน

สำหรับคนที่ต้องใช้มอเตอร์ไซค์เป็นยานพาหนะขับขี่พาไปไหนต่อไหน การเลือกใช้น้ำมันที่ดีมีคุณภาพถือเป็นเรื่องจำเป็น และต้องศึกษาให้รอบคอบก่อนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตั้งแต่น้ำมันที่เราต้องเติมอยู่ทุกวี่ทุกวัน ไปจนถึงน้ำมันเครื่องต้องเป็นเกรดดีมีคุณภาพ เพื่อยึดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้ดีอย่างสม่ำเสมอ สามารถเค้นประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ออกมาได้สูงสุด ในขณะที่สึกหรอน้อยที่สุดน้ำมันเกรดต่างๆ ที่เราต้องใช้เติมอยู่ทุกๆ วันมีการแบ่งออกเป็นแต่ละประเภทดังต่อไปนี้

  • น้ำมันดีเซล … คือน้ำมันที่ใช้สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล ที่ต้องการแรง และกำลังในการขับเคลื่อนสูงๆ เหมาะกับการใช้งานด้านการบรรทุกสินค้า ที่ต้องการพลังในการขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ดีเซล
  • น้ำมันเบนซิน 95 … คือ น้ำเบนซิน ที่มีค่าออกเทน 95 เลข 95 หมายถึงเลขออกเทนของน้ำมันนั่นเอง โดยน้ำมันเบนซินเหมาะสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน ทั้งในรถยนต์ส่วนบุคคล และรถมอเตอร์ไซค์
  • น้ำมันเบนซินแก๊ซโซฮอล์ 95 … คือ น้ำเบนซิน ที่ผสมเอทานอล 10% โดยผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้เป็นน้ำมันมีค่าออกเทน 95
  • น้ำมันเบนซิน 91 … คือ น้ำเบนซิน ที่มีค่าออกเทน 91 เลข 91 หมายถึงเลขออกเทนของน้ำมันนั่นเอง โดยน้ำมันเบนซินเหมาะสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน ทั้งในรถยนต์ส่วนบุคคล และรถมอเตอร์ไซค์
  • น้ำมันเบนซินแก๊ซโซฮอล์ 91 … คือ น้ำเบนซิน ที่ผสมเอทานอล 10% โดยผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้เป็นน้ำมันมีค่าออกเทน 91
  • น้ำมันเบนซิน E20 … คือน้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอล 20%
  • น้ำมันเบนซิน E85 … คือน้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอล 85%

ทั้งหมดคือที่มาที่ไปของประเภทน้ำมันแต่ละชนิดที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันของเรา การศึกษาเรียนรู้เรื่องราวของประเภทของน้ำมันที่ใช้เติมรถของเราเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากหากเราเติมน้ำมันผิดชนิดจะสร้างความเสียหายแก่เครื่องยนต์ของเราได้

ที่สำคัญถ้าเราต้องการยึดอายุการใช้งานของรถยนต์ แต่อยากเร่งประสิทธิภาพของรถยนต์ของเราให้ดีที่สุด เราควรมีความรู้เรื่องราวของน้ำมันแต่ละแบบติดตัวไว้คุยกับช่างที่เราต้องคอยเปลี่ยนถ่ายน้ำมันรถไว้จะดีกว่าครับ

คอมเมนต์

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่