เคยสงสัยไหม ว่าน้ำมันแต่ละชนิด แตกต่างกันอย่างไร ?

0
143

ในปัจจุบันปั้มน้ำมันเป็นสถานที่หนึ่งที่ใกล้ตัวเรามากๆ เพราะบางครั้งไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานีบริการน้ำมัน แต่ยังมีการบริการในด้านอื่นๆอีกหลากหลาย และเราจะเห็นได้ว่ามีชนิดน้ำมันให้เราเลือกเติมอย่างมากมาย โดยที่เราจะมาพูดถึงในวันนี้คือน้ำมันเติมรถยนต์ ซึ่งหลักๆจะแบ่งออกเป็นได้ 2 ประเภท คือ น้ำมันเบนซิน และ น้ำมันดีเซล แต่ถ้าจะให้แยกย่อยไปแต่ละชนิดแล้วมีอีกมากมายอาจจะทำให้เรารู้สึกสับสนเอาง่ายๆ บทความนี้เราจะมาแจกแจง “ศัพท์เฉพาะทาง” ที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันรถกันดีกว่าครับ

น้ำมันแต่ละชนิด แตกต่างกันอย่างไร

ต้องบอกว่าปั้มน้ำมันในยุคสมัยใหม่แตกต่างจากในอดีตมากมาย ในปัจจุบันปั้มน้ำมันก็เหมือนคอมมูนิตี้มอลล์ หรือห้างค้าปลีกเล็กๆ ห้างหนึ่งเลยทีเดียว เพราะปัจจุบันในปั้มน้ำมันจะมี ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ ร้าอาหาร ร้านค้าต่างๆ หรือแม้แต่ไปรษณีย์ไทยก็เริ่มมีมาให้บริการในปั้มน้ำมัน โดยบางปั้มน้ำมันที่ใหญ่มากๆ เรียกได้ว่ามีทุกอย่างครบครัน เหมือนเราไปเที่ยวเดินห้างก็ไม่ผิด

ยกตัวอย่างเช่น ปั้มน้ำมันบางจาก ที่มีการพัฒนาตัวเองเรื่อยมาก จากแค่สถานีบริการเติมน้ำมันธรรมดาๆ ก็มีร้านค้าร้านขายมากขึ้น ร้านกาแฟอินทานิล ร้านสะดวกซื้อ หรือแม้แต่ห้องพักโรงแรมค้างคืนก็มี จะเห็นได้ว่าพัฒนาการของปั้มน้ำมันมีมากขึ้นอย่างที่เราสังเกตได้ไม่ยากเลย ปั้มน้ำมันกลายเป็นแหล่งพบปะ สังสรรค์ พูดคุยกันในร้านกาแฟ มันได้เป็นมากกว่าการที่เรามาใช้บริการเติมน้ำมันไปแล้ว

สำหรับความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันนั้นมักจะกระทบต่อการดำรงชีวิตของคนส่วนใหญ่เป็นอย่างมาก และเป็นมาโดยตลอด การที่ราคาน้ำมันขยับขึ้น ขยับลง ส่งผลต่อคนจำนวนมาก หากน้ำมันมีแนวโน้มลดลง คนก็อยากเดินทางมากขึ้น ผู้ที่ประกอบกิจการก็จะมีต้นทุนขนส่งสินค้าที่ลดลง ในทางกลับกันหากราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น คนก็อาจจะเดินทางน้อยลง หรือต้องประหยัดในการใช้ชีวิตด้านอื่นๆมากขึ้น ต้นทุนขนส่งก็จะเพิ่มขึ้น

ราคาน้ำมันถูกกำหนดด้วยปริมาณความต้องการใช้ และปริมาณการผลิต ในปัจจุบันราคาน้ำมันถูกลงมาจาก 5-10 ปีที่แล้วพอสมควรเนื่องจากเหตุผลทางเศรษฐกิจโลกหลายๆอย่าง ทำให้ผู้ใช้อย่างเราๆก็สบายกระเป๋ากันมากขึ้นด้วย

น้ำมันเกรดต่างๆ ที่เราต้องใช้เติมอยู่ทุกๆ วัน

สำหรับคนที่ใช้รถเดินทางเยอะๆในแต่ละวัน หรือ ใช้รถเป็นประจำทุกวัน การเลือกใช้น้ำมันที่ดีมีคุณภาพหรือเหมาะสมกับรถยนต์ของเราถือเป็นเรื่องที่จำเป็น และถ้าจะให้ดีควรจะศึกษาให้รอบคอบไปจนถึงอัตราการสิ้นเปลืองต่อกิโลเมตรในการใช้น้ำมันแต่ละชนิด จะช่วยให้เราเซฟเงินในกระเป๋าได้มากขึ้น รวมไปถึงเพื่อยึดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้ดีอย่างสม่ำเสมอ และสามารถเรียกประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ออกมาได้สูงสุด น้ำมันรถยนต์ที่เราต้องใช้เติมอยู่ทุกๆ วันมีการแบ่งออกเป็นแต่ละประเภทดังต่อไปนี้

  • น้ำมันดีเซล 
    คือน้ำมันที่ใช้สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล ที่ต้องการแรง และกำลังในการขับเคลื่อนสูงๆ เหมาะกับการใช้งานด้านการบรรทุกสินค้า ที่ต้องการพลังในการขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ดีเซล
  • น้ำมันดีเซล B10
    คือน้ำมันที่ใช้สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล โดยมีส่วนผสมของไบโอดีเซล 9-10% โดยส่วนผสมที่เติมเข้าไปนั้นก็เป็นการสะกัดมาจากน้ำมันปาล์ม ซึ่งเป็นพืชที่มีปลูกอยู่แล้วในเมืองไทย เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเกษตรกรไทยอีกด้วย แต่น้ำมันขนิดนี้จะเติมได้เฉพาะรถยนต์เครื่องดีเซลบางรุ่นเท่านั้นนะ
  • น้ำมันดีเซล B20
    คือน้ำมันที่ใช้สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล โดยมีส่วนผสมของไบโอดีเซล 20%
  • น้ำมันเบนซิน 95 
    คือ น้ำเบนซินที่มีค่าออกเทน 95 เลข 95 หมายถึงเลขออกเทนของน้ำมันนั่นเอง โดยน้ำมันเบนซินเหมาะสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน ทั้งในรถยนต์ส่วนบุคคล และรถมอเตอร์ไซค์
  • น้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอลล์ 95 
    คือ น้ำเบนซิน ที่ผสมเอทานอล 10% ผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้เป็นน้ำมันมีค่าออกเทน 95 โดยเอทานอลนั้นก็ได้มาจากพืชทางการเกษตร ได้แก่ อ้อย(กากน้ำตาล) และมันสำปะหลัง
  • น้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอลล์ 91
    คือ น้ำเบนซินที่ผสมเอทานอล 10% โดยผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้เป็นน้ำมันมีค่าออกเทน 91
  • น้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอลล์ E20
    คือน้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอล 20%
  • น้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอลล์ E85
    คือน้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอล 85%

ทั้งหมดนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของชนิดน้ำมันที่มีขายในบ้านเรา แต่ยังไม่ใช่ทั้งหมด ยังมีน้ำมันเกรดพรีเมี่ยมของบางปั้มที่ใส่สารปรุงแต่งต่างๆเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเครื่องยนต์ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชอบความพึงพอใจของแต่ละคนแล้วล่ะครับ การศึกษาเรียนรู้เรื่องราวของประเภทของน้ำมันที่ใช้เติมรถไว้เป็นเรื่องที่ดีและมีประโยชน์ เนื่องจากหากเราเติมน้ำมันไม่ถูกชนิดหรือเติมชนิดที่ไม่ส่งผลดีต่อเครื่องยนต์รถเรา อาจจะสร้างความเสียหายให้ตามมาได้

ที่สำคัญถ้าหากเราต้องการยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ให้ยังคงสภาพดีเหมือนใหม่ ให้อยู่กับเราไปได้นานๆ เราควรต้องมั่นดูแลรถยนต์ในทุกๆด้าน ไม่ใช่แค่เรื่องของเครื่องยนต์นะครับ ยังไงก็ติดตามสาระความรู้ดีๆที่ Priceza.money จะนำมาฝากกันเป็นประจำ อย่าลืมติดตามกันนะครับ