ปลดหนี้บัตรเครดิต step by step

0
29

ยุคนี้ใครไม่มีหนี้อาจจะเชยก็ได้นะ เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่มีหนี้ทุกคน แต่น้อยคนที่จะรู้วิธีจัดการกับหนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนี้บัตรเครดิตตัวฉกาจ ที่คอยทำฉุดขาเราไว้ไม่ให้เราก้าวไปข้างหน้าได้อย่างสบายอกสบายใจ อย่ามัวแต่กังวลเลยมันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น มาหาทาง ปลดหนี้บัตรเครดิตแบบ step by step กันดีกว่า

หนี้บัตรเครดิต

ขั้นตอนแรก “สำรวจหนี้สินในมือที่มีอยู่ในมือทั้งหมด”

ก่อนอื่นเลยต้องสำรวจหนี้สินที่มีอยู่ในมือของเราทั้งหมดเสียก่อนว่าเรามีหนี้โดยองค์รวมเป็นจำนวนเงินเท่าไร หลังจากที่เราบวกตัวเลขที่เป็นหนี้สินของเราจนได้ผลลัพธ์ทั้งหมดออกมาแล้ว เราก็ต้องทำการแยกหนี้สินของเราออกมาให้เห็นชัดๆ ในขั้นต่อไป

ขั้นตอนที่สอง “แยกหนี้ดี กับไม่ดีออกจากกัน”

เมื่อเรารวมตัวเลขจำนวนหนี้สินครบแล้ว ให้เราแยกหนี้ดี และไม่ดีออกจากกัน … คำว่าหนี้ดีหมายถึง หนี้ที่ยังไม่เกินกำหนดชำระ ยังไม่มีดอกเบี้ย หนี้สินส่วนนี้เราต้องพยายามอย่าให้เสียเครดิต เพราะบางคนมีบัตรเครดิตหลายใบ อาจจะสับสนงงๆ ว่าหนี้อันไหนครบกำหนดจ่ายแล้ว อันไหนยังไม่เสียเครดิต ตั้งสติให้ดี แล้วแยกเอาหนี้ที่ยังดีอยู่ ออกมาจากหนี้ที่ไม่ดี

มาดูที่หนี้สินที่เลยเครดิตเทอมไปแล้ว และดอกเบี้ยเริ่มวิ่ง รวมตัวเลขทั้งหมดที่เราเป็นหนี้อยู่ เพื่อหาทางบริหารจัดการหนี้ในส่วนนี้ต่อไป

ขั้นตอนที่สาม “คำนวณรายรับที่ทำมาหาได้ทั้งหมดของตัวเรา และครอบครัว”

เมื่อเราตัดเอาหนี้ดี ออกจากหนี้ที่เสียเครดิต และรวมตัวเลขในส่วนของหนี้ที่เสียเครดิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้เราทำขั้นตอนต่อไป ก็คือ การคำนวณรายรับที่ทำมาหาได้ทั้งหมดของตัวเรา และครอบครัว … เราต้องรวบรวมตัวเลขรายรับที่เราทำมาหาได้ของตัวเราเอง และถ้าหากมีครอบครัว คนในครอบครัวยินดีช่วยเรา ก็รวมเข้ามาด้วย เพื่อมาคำนวณว่า รายรับ กับ รายจ่าย มันสมดุลกันหรือไม่

ยกตัวอย่างเช่น เรามีหนี้บัตรเครดิตต้องผ่อนจ่ายเดือนละ 3,000 บาทต่อเดือน เฉพาะดอกเบี้ย แต่เรามีรายรับ 15,000 บาทต่อเดือน แบบนี้เราก็มีโอกาสปิดหนี้ได้หมด เพราะรายรับมากกว่ารายจ่ายถึง 4 เท่ากว่า

ขั้นตอนที่สี่ “คำนวณรายจ่ายประจำของตัวเรา และครอบครัว เพื่อเอามาหักลบกับรายรับ”

เมื่อเราได้ตัวเลขรายรับทั้งหมดที่มีแล้ว เราต้องมานั่งคำนวณรายจ่ายประจำของตัวเรา และครอบครัว เพื่อเอามาหักลบกับรายรับอีกที ที่ต้องทำแบบนี้เพื่อให้เรามองเห็นว่าแท้ที่จริงแล้วแต่ละเดือนเรามีเงินเหลือ หรือขาดเงินกันแน่

ถ้ามีเงินเหลือ ผมจะเรียกว่า “กระแสเงินสดรายเดือนของเราเป็นบวก” แต่ในทางกลับกัน ถ้าไม่มีเงินเหลือ ผมจะขอเรียกว่า “กระแสเงินสดรายเดือนของเราเป็นลบ” ถ้ากระแสเงินสดรายเดือนของเรายังคงเป็นลบก็มีสองวิธีสำหรับแก้ไขให้กับมาเป็นบวก ได้แก่ ตัดลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก … ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นง่ายๆ เลย ค่ากาแฟสด หากเรางดมันได้จะประหยัดเงินได้มากมาย หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่จำเป็น ไม่ต้องจ่าย เราก็อยู่ได้ ไม่ได้เดือดร้อน รีบสำรวจซะแล้วกำจัดมันทิ้ง

หนี้บัตรเครดิต

เพิ่มรายรับ … แนวทางนี้ก็คือ เราต้องหารายได้เพิ่มจากหลายๆ ทาง เช่น อาจจะขายของออนไลน์ (นอกเวลางาน) หรือรับจ็อปพิเศษ การเพิ่มรายรับจะทำให้กระแสเงินสดเราดีขึ้น จนอาจกลับมาเป็นบวก เมื่อกระแสเงินสดกับมาเป็นบวกทุกเดือน มันจะทบต้น เราจะมีเงินเหลือใช้ในที่สุด

ขั้นตอนที่ห้า “ปิดหนี้ด้วยการจ่ายเงินต้นให้มากที่สุด โดยเราไม่เดือดร้อน”

มาถึงขั้นตอนที่ห้า ก็คือ การปิดหนี้ด้วยการจ่ายเงินต้นให้มากที่สุด โดยเราไม่เดือดร้อน คำว่า “เราไม่เดือดร้อน” หมายถึงการจ่ายต้นในขั้นต่ำที่สุดที่จะทำให้เรายังมีกินมีใช้อยู่ได้ในแต่ละเดือน แต่เอาเท่าที่จำเป็น ไม่ได้อยู่อย่างฟุ่มเฟือยเหมือนเมื่อก่อน

การค่อยๆ ปิดเงินต้น ไม่ได้จ่ายแต่ดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว จะทำให้เงินต้นค่อยๆ ลดลง และดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็จะลดลงตามไปด้วย ที่จริงในขั้นตอนนี้เราอาจไปปรึกษาเจ้าหน้าที่สินเชื่อบัตรเครดิตที่เราติดต่อเอาไว้ก็ได้เพื่อขอประนอมหนี้ หากเขาพิจารณาช่วยเหลือ ก็จะทำให้สถานการณ์เบาลงมากทีเดียว

เมื่อทำครบทั้งห้าขั้นตอน เชื่อแน่ว่าหนี้สินบัตรเครดิตของคุณจะค่อยๆ ลดน้อยถอยลงไปเรื่อย จนหมดในที่สุด แต่สิ่งที่สำคัญกว่าการปลดหนี้ก็คือ เราต้องสร้าง “นิสัยทางการเงินที่ดี” ด้วยการใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น ไม่ฟุ่มเฟือย พยายามทำให้แต่ละเดือนเรามีกระแสเงินสดที่เป็นบวก และสะสมเงินออมเอาไว้ให้มากๆ เหลือแล้วเอาไปลงทุนต่อยอดให้งอกเงย ทำได้แค่นี้ “หนี้สิน” ก็จะหนีหาย “ความมั่งคั่งร่ำรวย” จะเข้ามาแทนที่เอง

หากมีระเบียบการเงินที่ดีแล้ว การมีบัตรเครดิตสักใบก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียหาย แต่ต้องรู้จักใช้ให้เป็น เปรียบเทียบบัตรเครดิตออนไลน์ ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์เรา ที่ Priceza Money เลย

คอมเมนต์

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่