ฟิล์มรถยนต์ ระดับไหน? ที่เหมาะจะติดให้รถเรา

0
1016

ขับรถเมืองไทยอากาศร้อน ๆ แบบนี้บางทีก็นึกว่านั่งอยู่ในไมโครเวฟนะ เพราะขนาดเร่งแอร์เบอร์แรงสุดยังสู้แดดภายนอกไม่ได้เลย ทำให้เพื่อน ๆ หลายคนซื้อรถปุ๊บก็ต้องติดฟิล์มปั๊บ ซึ่งถ้าเคยมีประสบการณ์ในการติดฟิล์มรถยนต์มาก่อนก็คงจะรู้ใจตัวเองดีว่าอยากติดฟิล์มรถยนต์กี่เปอร์เซ็นต์ดี แบบไหนถึงจะเวิร์ค

แต่สำหรับเพื่อน ๆ มือใหม่ ที่เพิ่งเคยมีรถเป็นของตัวเอง หรือเริ่มรู้สึกว่าแดดเมืองไทยมันร้อนเกินไป อยากจะหาฟิล์มรถยนต์มาติดเพื่อกรองแดดลงไปบ้างก็คงจะมีคำถามมากมายเกิดขึ้นแน่ ๆ ทั้งคำถามที่ว่าจะติดฟิล์มรถยนต์กี่เปอร์เซ็นต์ดี ติดแบบไหนเหมาะกับรถของเรามากที่สุด ข้อดีข้อเสียของฟิล์มแต่ละแบบแตกต่างกันยังไง และอีกหนึ่งคำถามคาใจที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่กล้าติดฟิล์มก็คือ มันผิดกฎหมายจริงรึเปล่า ซึ่งคำถามทั้งหมดนี้เราไปค้นหาคำตอบมาให้เพื่อน ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ฟิล์มรถยนต์ ระดับไหน ที่เหมาะจะติดให้รถเรา

ฟิล์มรถยนต์ที่ดีต้องมีคุณสมบัติยังไง

ไม่บอกก็รู้เนอะว่าที่เราพยายามหาข้อมูลการติดฟิล์มต่าง ๆ ทั้งหลายเนี่ย ก็เพราะเราอยากลดความร้อนภายในรถยนต์ของเราลง ให้แสงแดดมันส่องเข้ามาไม่ถึง จะได้ขับรถกันได้แบบสบาย ๆ เหงื่อไม่ออก ฟิล์มรถยนต์ที่ดีก็เลยตองมีคุณสมบัติในการป้องกันความร้อนจากแสงแดดนั่นเอง โดยระดับของการกันความร้อนนั้นเค้าจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ยิ่งเปอร์เซ็นต์เยอะยิ่งกันความร้อนได้มาก

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังไงก็พยายามอย่าติดฟิล์มปรอทนะ เพราะถึงแม้มันจะป้องกันความร้อนได้ดี แต่ก็จะสะท้อนแสงแดดออกไป ทำให้รบกวนวิสัยทัศน์ของเพื่อนร่วมทาง แสงแดดสะท้อนอาจจะไปแยงตารถคันอื่นจนทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

ติดฟิล์มรถยนต์กี่เปอร์เซ็นต์ดี

อีกหนึ่งคำถามคาใจที่เจอบ่อยมาก ๆ เลยก็คือ จะติดฟิล์มรถยนต์กี่เปอร์เซ็นต์ดี นี่แหละ ตรงนี้เราจะมาอธิบายความทึบและคุณสมบัติของฟิล์มรถยนต์แบบคร่าว ๆ ให้เพื่อน ๆ ใช้ประกอบการตัดสินใจกัน

  • ติดฟิล์มความทึบ 40% – การติดฟิล์มแบบนี้หมายความว่าแสงแดดจะสามารถผ่านเข้ามาได้มากถึง 60% เลยทีเดียว เพราะฟิล์ม 40% ความเข้มของมันจะน้อย ออกแนวใส ๆ เวลาขับรถช่วงบ่ายจะร้อนมาก คนไม่ค่อยนิยมติดรอบคัน ส่วนใหญ่จะติดแค่บานหน้าบานเดียว เพื่อให้มองเห็นทางได้ชัดเจน
  • ติดฟิล์มความทึบ 60% – ติดฟิล์มระดับนี้แสงจะผ่านเข้ามาได้แค่ 40% เท่านั้น ซึ่งเป็นระดับที่เพียงพอแล้วล่ะสำหรับรถในบ้านเรา แต่ก่อนคนชอบติดฟิล์มบานหน้า 40% รอบคัน 60% เพราะจะได้มองเห็นชัด ๆ และกันร้อนไปด้วยในตัว แต่เดี๋ยวนี้ฟิล์มรถยนต์ 40% นี่กันแดดไม่ไหวแล้วล่ะ ติดมาก็เหมือนไม่ติด คนส่วนใหญ่เลยหันไปติดฟิล์ม 60% ทั้งคันแทน
  • ติดฟิล์มความทึบ 80% – ฟิล์มระดับนี้กันร้อนได้มากก็จริง เพราะแสงผ่านเข้ามาได้แค่ 20% เท่านั้น แต่ขอแนะนำว่าห้ามติดบานหน้าเด็ดขาด เพราะจะทำให้ขับตอนกลางคืนไม่ได้เลย มองไม่เห็นถนน อันตรายมาก จะให้ดีควรติดแบบรอบคัน 80% บานหน้า 60% อย่างนี้โอเคเลย คนข้างนอกก็จะมองเข้ามาไม่เห็นด้วย จะร้องเพลง หรือจะแต่งหน้าในรถก็ไม่ต้องอายใครแล้วติดฟิล์มรถยaนต์กี่เปอร์เซ็นต์ดี

สีรถ กับ สีฟิล์ม ติดแบบไหนให้ดีต่อใจที่สุด

การเลือกสีฟิล์มให้ตรงกับสีรถนี่ก็ต้องใช้ศาสตร์และศิลป์อยู่เหมือนกันนะ เพระไม่อย่างงั้นเลือกฟิล์มผิดอาจคิดจนตัวตายเลยก็ได้ เนื่องจากการติดฟิล์มครั้งนึงมีค่าใช้จ่ายที่สูงตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น ถ้าติดฟิล์มมาแล้วทำให้รถดูหมองลง เราก็คงเซ็งแย่ ดังนั้นถ้าจะให้ดีจำคำแนะนำนี้เอาไว้เลย

  • รถสีอ่อน – เหมาะกับฟิล์มสีเข้มเป็นหลัก อย่าติดฟิล์มปรอท หรือฟิล์มสีจาง ๆ เด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้รถดูจืดชืดเข้าไปใหญ่
  • รถสีเข้ม – แบบนี้จะติดฟิล์มสีอะไรก็ได้ เพราะมันเข้ากันดีกับฟิล์มทุกประเภท ยิ่งฟิล์มเข้มยิ่งดูดุ หรือยิ่งฟิล์มใสก็ยิ่งโดดเด่น

ไขข้อข้องใจสุดท้าย ติดฟิล์มรถยนต์ ผิดกฎหมายจริงเหรอ

มาถึงคำถามคาใจข้อสุดท้ายที่ฝังหัวคนไทยกันมานานหลายสิบปี กับคำถามที่ว่า ติดฟิล์มรถยนต์จริง ๆ แล้วผิดกฎหมายรึเปล่า เพราะจากที่เคยได้ยินมาเวลาจะไปติดฟิล์มทีไร คนรอบตัวก็มักจะทักเป็นเสียงเดียวกันว่า ระวังตำรวจจับ ซึ่งตรงนี้ ทุกวันนี้ และ ณ ตอนนี้ ต้องบอกเลยว่า การติดฟิล์มรถยนต์นั้นไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด เพราะกฎกระทรวงเค้าได้ยกเลิกข้อห้ามนี้ไปตั้งแต่ปี 2544 แล้ว ต่อไปนี้ก็สบายใจได้แล้วเนอะว่าเราสามารถติดฟิล์มได้ทุกรูปแบบ ส่วนจะเลือกติดฟิล์มแบบไหน อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบส่วนตัวของเพื่อน ๆ แล้วล่ะ

ขับรถเมืองไทยอากาศร้อน ๆ แบบนี้ คงต้องใส่ใจเรื่องติดฟิล์มรถยนต์กันสักหน่อยแล้ว แต่ก็อย่าลืมคำนึงถึงความปลอดภัยในการขับรถตอนกลางคืนด้วยนะคะ สามารถติดตามสาระความรู้อื่นๆจาก Priceza Money ได้เลยที่นี่

คอมเมนต์

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่