หายสงสัย!! ถึงเวลาตรวจสภาพรถแล้วรึยัง

0
52

          คนที่มีรถไม่ว่าจะเป็นรถประเภทใดก็ตาม ทุกคนต้องมีการเสียภาษีประจำปีอยู่แล้ว แต่หลายคนอาจเคยได้ยินว่า ก่อนเสียภาษีประจำปี จะต้องทำการตรวจสภาพรถกันก่อน เลยสงสัยถึงช่วงเวลาที่จะนำรถไปตรวจสภาพรถ ตัวรถจะต้องมีอายุการใช้งานกี่ปี ซึ่งต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ใครก็ตามที่มีรถยนต์ หรือ รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลไว้ครอบครอง จะต้องมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ยิ่งถ้ารถมีอายุการใช้งานหลายปี ยิ่งต้องเช็คสภาพและดูแลเป็นพิเศษ เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยบนท้องถนน ดังนั้น เรามาดูกัน ว่าเราต้องรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับการตรวจสภาพรถ และ รถต้องมีอายุกี่ปี ถึงควรตรวจสภาพ

กฎหมายการตรวจสภาพรถ

          ตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติ กรมการขนส่งทางบก มีหน้าที่รับผิดชอบการตรวจสภาพรถ ทั้งรถที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 รถที่จะนำมาใช้ในการขนส่งตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 หรือนำมาจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 จะต้องมีสภาพมั่นคง แข็งแรง มีลักษณะ ขนาด และเครื่องอุปกรณ์ส่วนควบของรถ ถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับรถ ผู้โดยสารไปกับรถคันนั้น ผู้ขับขี่รถคันอื่นๆ คนเดินถนน รวมทั้งสภาพแวดล้อมต่างๆ

อายุของรถที่ต้องตรวจสภาพ

รถเก่า

          จุดสำคัญที่หลายคนอยากทราบ ว่าต้องตรวจสภาพรถ เมื่อตอนรถมีอายุการใช้งานกี่ปี เราได้แยกมาให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้

  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป
  • รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป
  • รถจักรยานยนต์ ที่มีอายุใช้งานครบ 5 ปี ขึ้นไป
  • สำหรับกรณี รถยนต์ที่ติดตั้งก๊าซ NGV และแก๊ส LPG จะต้องนำรถเข้ามาตรวจสภาพถังก๊าซ และอุปกรณ์ ก่อนต่อภาษีรถทุกปี

การนับอายุการใช้งานของรถ ก่อนเข้ามาตรวจสภาพรถ

            วิธีการนับอายุการใช้งานของรถ ให้นับอายุทางทะเบียน โดยนับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก ถึงวันสิ้นสุดอายุภาษีประจำปี (วันครบกำหนดเสียภาษีประจำปี) ยกตัวอย่าง เช่น

  • รถยนต์ จดทะเบียน ปี 2558 จะต้องเข้ารับการตรวจสภาพรถครั้งแรก ปี 2565 (ครบ 7 ปี ตามอายุการใช้งานรถยนต์)
  • รถมอเตอร์ไซค์ จดทะเบียน ปี 2560 จะตรวจสภาพรถครั้งแรก ปี 2565 (ครบ 5 ปี ตามอายุการใช้งานรถมอเตอร์ไซค์)

และในความเป็นจริง เจ้าของรถยังสามารถนำรถไปตรวจสภาพล่วงหน้าได้ ไม่เกิน 3 เดือน ก่อนถึงวันสิ้นอายุภาษีประจำปีอีกด้วย

สถานที่ตรวจสภาพรถและข้อยกเว้น

            สำหรับสถานที่ตรวจสภาพรถนั้น เจ้าของรถจะนำไปตรวจสภาพ ที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก หรือหน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกก็ได้ ซึ่งต้องเป็นไปตามเงื่อนไขประเภทของรถ และ อายุการใช้งานของรถที่ถูกกำหนดก่อนเข้ารับการตรวจสภาพ แต่ทั้งนี้ กฎหมายก็มีกำหนด ข้อยกเว้น สำหรับรถบางกรณี โดยมีข้อยกเว้น ดังนี้

  • รถที่มีการดัดแปลงสภาพผิดไปจากที่จดทะเบียนไว้ ซึ่งต้องนำไปให้นายทะเบียนตรวจสภาพ ที่หน่วยงานของกรมการขนส่งทางบก (เนื่องจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน ไม่สามารถตรวจรับสภาพได้)
  • รถมีการเปลี่ยนสี หรือเปลี่ยนแปลงตัวรถ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไป จากรายการที่จดทะเบียนไว้ (เช่น เปลี่ยนเครื่องยนต์ เปลี่ยนลักษณะรถ เป็นต้น)
  • รถที่มีปัญหาเกี่ยวกับเลขตัวรถ หรือเลขเครื่องยนต์ (เช่น ไม่ปรากฏตัวเลข ตัวเลขชำรุด หรือมีร่องรอยการแก้ไข ขูด ลบ หรือลบเลือน จนไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้)
  • รถที่เจ้าของได้แจ้งการไม่ใช้ชั่วคราว หรือแจ้งการไม่ใช้รถตลอดไป
  • รถเก่า ที่มีเลขทะเบียนเป็นเลขทะเบียนรุ่นเก่า ( เช่น กก-00001, กกท-0001 เป็นต้น) ซึ่งรถดังกล่าวต้องเปลี่ยนทะเบียนรถใหม่ก่อนนำมาเสียภาษีประจำปี
  • รถที่มีปัญหาเกี่ยวกับการถูกโจรกรรมแล้วได้คืน
  • รถที่ได้สิ้นอายุภาษีประจำปี (ขาดต่อทะเบียน) เกิน 1 ปี

ค่าตรวจสภาพรถตามมาตรฐาน

            ก่อนไปตรวจสภาพรถ เจ้าของรถจะต้องนำรถ และ สมุดคู่มือทะเบียนรถไปแสดง หากตรวจสภาพผ่าน จะได้รับใบรับรองการตรวจสภาพ แต่ถ้ารถไม่ผ่านเกณฑ์การตรวจสภาพ สถานตรวจสภาพรถ จะแจ้งข้อบกพร่อง เพื่อให้ไปแก้ไข ภายใน 15 วัน โดยจะเสียค่าตรวจใหม่ครึ่งหนึ่งของค่าบริการที่กำหนดไว้ สำหรับการตรวจสภาพรถของรถแต่ละประเภท จะมีอัตราค่าธรรมเนียม ดังนี้

  • รถจักรยานยนต์ คันละ 60 บาท
  • รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 150 บาท
  • รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 250 บาท

ทั้งหมดนี้ คงพอให้หลายคนที่มีรถส่วนตัว เข้าใจกลไกของการเริ่มไปตรวจสภาพรถกันมากขึ้น ก่อนที่จะต้องจ่ายภาษี ซึ่งแต่ละขั้นตอนการดำเนินการ ไม่มีความซับซ้อน เพียงแต่ต้องทำให้ถูกวิธี จำไว้เสมอว่า ถ้ามีรถยนต์ ต้องตรวจตอนอายการใช้งาน 7 ปี และ รถมอเตอร์ไซค์ อายุการใช้งาน 5 ปี เตรียมพร้อมเอกสารให้ครบ เพียงเท่านี้ ก็จะสามารถตรวจสภาพรถได้ง่ายๆแล้ว สำหรับใครที่กำลังมองหาข้อมูลการตรวจสภาพรถ หรือ เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ฟรีได้ที่่ Priceza Money

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์