หลายคนที่ยอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อซื้อ ประกันรถยนต์ชั้น 1 มักจะอุ่นใจและคิดว่า “ในเมื่อจ่ายเบี้ยแพงสุดแล้ว ไม่ว่าจะขับชนอะไร หรือรถมีรอยตรงไหน จะเคลมอะไร ก็ต้องเคลมได้ฟรี 100% สิ” แต่มีผู้ขับขี่จำนวนไม่น้อยที่ต้องหงุดหงิดตอนแจ้งเคลม เพราะอยู่ๆ ก็โดนบริษัทประกันเรียกเก็บเงินเพิ่ม จนเกิดคำถามตามมาว่า “ทำประกันชั้น 1 แท้ๆ แต่ทำไมเคลมแล้วยังต้องเสียเงินอีก?”
8 เคสยอดฮิต ที่ชนแล้วต้องจ่ายเงินเพิ่ม คือ
- แจ้งเคลมทำสีใหม่รอบคัน
- โดนชนแล้วหนี แต่ตามตัวคู่กรณีไม่ได้
- รถโดนกรีด โดนขูด รอยขนแมวหรือแจ้งเคลมโดยไม่รู้ที่มา
- มีแผลเก่ามาก่อนอยู่แล้ว
- เคลมแบบมีค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)
- เคลมแบบไม่ระบุชื่อคนขับ
- เคลมของแต่งรถ
- เคลมของเหลวและยางรถ
ประกันชั้น 1 ทำไมเคลมแล้วเสียเงินล่ะ?
ถึงประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 จะให้ความคุ้มครองที่ครอบจักรวาล แต่ก็ไม่ได้เคลมฟรีได้ทุกกรณี โดยเฉพาะการแจ้งเคลมทำสีรอบคันโดยไม่มีอุบัติเหตุชัดเจน หรือกรณีโดนชนแล้วหนีแต่ไม่มีหลักฐานกล้องหน้ารถไประบุคู่กรณี รวมถึงการแจ้งเคลมรอยขีดข่วน หรือรอยแผลที่ไม่รู้ที่มาที่ไป ซึ่งเคสเหล่านี้ล้วนทำให้เราต้องควักเงินจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ตามเงื่อนไข ยิ่งไปกว่านั้นหากรถมีแผลเก่ามาก่อนแล้วเกิดเหตุซ้ำ หรือต้องเปลี่ยนยางรถยนต์และของเหลว เจ้าของรถก็จำเป็นต้องร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง 50% นอกจากนี้ยังต้องระวังเงื่อนไขพิเศษในกรมธรรม์ที่เพื่อนๆ กำหนดเอง เช่น การทำประกันแบบระบุชื่อคนขับแต่ให้ผู้อื่นที่ไม่มีชื่อไปชน หรือการเลือกแบบมีค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) เพื่อแลกกับเบี้ยราคาถูก
8 เคสยอดฮิต: ชนแบบไหน เคลมแบบไหนที่ต้องเสียเงินเพิ่ม?
หากการแจ้งเคลมของเพื่อนๆ เข้าข่าย 3 กรณี ด้านล่างนี้ เตรียมเงินในกระเป๋าไว้ได้เลย เพราะมีโอกาสสูงมากที่จะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก
1. แจ้งเคลมทำสีใหม่รอบคัน
การจงใจเคลมเพื่อทำสีใหม่รอบคันโดยไม่มีอุบัติเหตุจากการเฉี่ยวชนที่ชัดเจน ถือว่าผิดเงื่อนไขการรับประกันภัย เคสแบบนี้บริษัทประกันมักจะเรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรกเหมาจ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 6,000 – 10,000 บาท แล้วแต่เคสเลย
2. โดนชนแล้วหนี แต่ตามตัวคู่กรณีไม่ได้
โดนชนแล้วหนี ตามคู่กรณีก็ไม่ได้ แม้เราจะเป็นฝ่ายถูกชนขณะจอดรถไว้ แต่ถ้าเราไม่สามารถระบุทะเบียนรถ ยี่ห้อ หรือข้อมูลของรถคันที่มาชนได้เลย ประกันจะจัดให้เป็นเคสอุบัติเหตุที่ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ และต้องจัดเก็บค่าเสียหายส่วนแรก
ถ้าไม่อยากเสียเงินเพิ่ม ต้องมีหลักฐานหนาแน่น หลักฐานที่เขามาชนจากกล้องติดหน้ารถหรือกล้องวงจรปิด นำหลักฐานไปแจ้งความ แล้วไปเคลมประกัน เราจะได้เคลมแบบไม่เสียเงินเพิ่ม
3. รถโดนกรีด โดนขูด รอยขนแมว หรือแจ้งเคลมโดยบอกที่มาไม่ได้
หากตัวรถมีแค่รอยขีดข่วน หรือรอยหินดีดใส่ โดยที่รอยเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ตัวรถเกิดการ บุบ แตก หรือร้าว อย่างเด่นชัดโดยไม่มีคู่กรณี กลับมาอีกทีรถโดนกรีดเป็นรอยยาวหาสาเหตุไม่ได้ หรือเวลาแจ้งเคลมแล้วเผลอพูดกับพนักงานว่า “ไม่รู้เหมือนกันพี่ ไปโดนอะไรชนมาตอนไหนไม่รู้“ แบบนี้นับเป็นอุบัติเหตุที่ไม่สามารถระบุคู่กรณีและวันเวลาที่เกิดเหตุได้ชัดเจน ต้องจ่ายเงินเพิ่มก่อนเคลม 1,000 – 2,000 บาท
4. มีแผลเก่ามาก่อนอยู่แล้ว
มีแผลเก่ามาอยู่แล้ว ไม่ได้เคลมหรือซ่อมจากบริษัทเก่า ถ้าเกิดวันใดวันหนึ่ง เกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยตรงจุดเดิม บริษัทประกันจะมาเก็บเงินกับเรา เรียกว่า “จ่ายส่วนร่วมกัน” เช่น สมมติว่าค่าซ่อมรอยนั้น ราคา 4,000 บาท เพื่อนๆ อาจจะต้องจ่ายเงินเพิ่มก่อนเคลม 50% ของค่าเสียหาย เพื่อเป็นการรับผิดชอบร่วมกัน
ถ้าไม่อยากเสียเงินเพิ่ม ควรเคลมหรือซ่อมรอยเก่านั้นกับบริษัทเดิมก่อนที่จะมาใช้บริษัทใหม่
5. เคลมแบบมีค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)
ค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) เป็นค่าเสียหายที่เพื่อนๆ จะต้องตกลงกับบริษัทประกันก่อนที่จะซื้อประกัน ข้อดีคือจะทำให้ราคาเบี้ยประกันถูกลง แต่จะต้องเสียเงินทุกครั้งก่อนเคลม คือถ้าแจ้งเคลมแล้วเพื่อนๆ เป็นฝ่ายผิด ชนสิ่งของ หรือไม่มีคู่กรณี ต้องจ่ายเงินเพิ่มก่อนเคลม 3,000 บาท ทุกครั้งที่ต้องการเคลม
ถ้าไม่อยากเสียค่าเสียหายส่วนแรกนี้ ก่อนทำประกันควรถามด้วยว่า “ประกันที่ราคาถูกแบบนี้มีค่าเสียหายส่วนแรกไหม”
6. เคลมแบบไม่ระบุชื่อคนขับ
โดยปกติแล้วก่อนทำประกันจะต้องระบุชื่อคนขับ ซึ่งระบุได้มากที่สุด 5 คน แต่ถ้าเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วเพื่อนๆ เป็นฝ่ายผิดแต่ไม่มีระบุอยู่ในชื่อคนขับตามที่แจ้งกับประกันไว้ เพื่อนๆ ต้องจ่ายเงินเพิ่มก่อนเคลม 8,000 บาท เพราะถือว่าผิดเงื่อนไขระบุผู้ขับขี่
7. เคลมของแต่งรถ
โดยทั่วไปประกันจะมีวงเงินคุ้มครองของแต่งรถ 20,000 บาท แต่ถ้าเพื่อนๆ แต่งรถมาแพงกว่านั้น เช่น แต่งท่อไอเสียมา 50,000 บาท เพื่อนๆ ก็จะต้องควักเงินออกมาจ่ายส่วนต่างนั้นเอง
สิ่งที่ควรทำคือ ก่อนที่จะทำประกัน ควรแจ้งบริษัทประกันเกี่ยวกับของแต่งทุกชิ้นเลย
8. เคลมของเหลวและยางรถ
ในกรณียางแตก ยางระเบิดหรือต้องเปลี่ยนถ่ายของเหลว บริษัทจะให้เราจ่ายเงินเพิ่มก่อนเคลม 50% ของค่าเสียหาย เราจะต้องมีส่วนร่วมจ่ายด้วย เพราะประกันมองว่ายางรถและของเหลงเป็นของที่เสื่อมมูลค่าตลอดเวลา เวลาเปลี่ยนยางรถและของเหลว บริษัทจะเปลี่ยนเป็นของใหม่ให้เลย ทำให้เราต้องมีส่วนร่วมจ่ายกับบริษัทประกันด้วย
สรุปสั้นๆ สำหรับคนมีรถ
แค่นี้เพื่อนๆ ก็จะสามารถเคลมรถยนต์คันโปรดได้ตามสิทธิ์ของประกันชั้น 1 โดยไม่ต้องควักเงินจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกให้เจ็บใจอีกแล้ว! โดยก่อนจะแจ้งเคลมประกันชั้น 1 ทุกครั้ง ควรตรวจสอบบาดแผลของรถให้ดี และเตรียมข้อมูลวัน เวลา สถานเหตุการณ์ที่เกิดเหตุให้พร้อม ตรวจเช็กเงื่อนไขของกรมธรรม์ การแจ้งเคลมอย่างละเอียดและเล่าเหตุการณ์ได้ชัดเจน จะช่วยปกป้องสิทธิ์ของเพื่อนๆ และเซฟเงินในกระเป๋าได้ดีสุดๆ
อ่านบทความอื่นๆเพื่อ "ตัดสินใจซื้อประกันรถยนต์ได้อย่างคุ้มค่า"

ประกันชั้น 1 7,500 มีเงื่อนไข ข้อเสีย และคุ้มครองอะไรบ้าง?


