6 ข้อแนะนำก่อนซื้อประกันรถยนต์

0
37

เมื่อมีรถยนต์ส่วนตัวไว้ใช้งาน คำถามที่จะตามมาก็คือ เรื่องของการซื้อประกันรถยนต์ เพราะด้วยความที่ประกันรถยนต์ในเมืองไทยนั้นมีหลายบริษัทมาก ทำให้หลายๆ คนเกิดข้อสงสัยว่า จะใช้ประกันภัยรถยนต์ที่ไหนดี ซึ่งนอกจากเรื่องของการเปรียบเทียบประกันรถยนต์ และเรื่องเช็คประกันรถยนต์ว่าราคาถูกมั้ย คุ้มค่ารึเปล่าแล้ว วันนี้เราจะมาบอก 6 ข้อแนะนำก่อนซื้อประกันรถยนต์กันเอง จะได้เลือกประกันรถยนต์ได้แบบโดนใจ ตอบโจทย์ได้ตรงการใช้งาน

ประกันรถยนต์

1. สังเกตไลฟ์สไตล์ของตัวเอง

อันดับแรกหลังจากได้รถมา แล้วต้องการซื้อประกันรถยนต์ ให้ดูเลยว่าเราต้องการความคุ้มครองในด้านใดบ้าง ไลฟ์สไตล์ของเราเป็นยังไง ที่ต้องดูแบบนี้เพราะการทำประกันรถยนต์นั้นเราทำเพื่อให้ความเสี่ยงรอบตัวเราหมดไป เพื่อให้สิ่งร้ายๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับรถยนต์ของเรานั้นมีคนคุ้มครอง และรับผิดชอบ
ดังนั้นให้ดูว่าเราต้องการการปกป้องในเรื่องใดบ้าง เช่น นิสัยการขับขี่เป็นยังไง ประมาทมั้ย แถวบ้านน้ำท่วมรึเปล่า มีที่จอดรถแบบปลอดภัยมั้ย รถหายบ่อยแค่ไหนแถวนั้น ให้เพื่อนๆ ลิสต์ออกมาเลยว่า เราอยากได้ความคุ้มครองในด้านไหน ซึ่งทุกอย่างจะนำไปสู่การเลือกซื้อประกันรถยนต์ได้ ว่าเราควรจะทำประกันชั้นไหนกันแน่

2. เปรียบเทียบความคุ้มค่า ของเบี้ยประกัน

ก่อนที่จะถามว่าทำประกันรถยนต์ที่ไหนดี เพื่อนๆ ต้องเข้าไปเปรียบเทียบประกันรถยนต์กันก่อน เช็คประกันรถยนต์ให้ดีๆ ว่าประกันภัยเจ้าไหนที่ให้ความคุ้มค่ามากที่สุด อย่าเห็นแก่ของถูก เพราะบางบริษัทที่ให้เบี้ยประกันถูกๆ นั้นอาจให้ความคุ้มครองที่น้อยมากๆ ก็ได้ เช่น บางที่ให้เบี้ยประกันถูกจริง แต่ก็ให้ความคุ้มครองแค่ 80% ของราคารถยนต์ของเราเท่านั้นเอง กลับกัน อีกบริษัทอาจจะแพงกว่ากันนิดหน่อย แต่ให้ความคุ้มครอง 90% ก็ได้
เพราะฉะนั้นต้องดูความคุ้มครองในส่วนอื่นๆ นอกเหนือจากเบี้ยประกันด้วย ว่าเค้ามีโปรโมชั่นอะไร หรือมีบริการเสริมใดบ้าง เช่น ยางแตก เค้าเปลี่ยนเส้นใหม่ให้เลยรึเปล่า โดยเพื่อนๆ สามารถเข้าไปเปรียบเทียบราคาเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ได้ที่ Priceza Money ไม่ต้องเหนื่อยนั่งหาว่าเจ้าไหนคุ้ม เจ้าไหนถูก เจ้าไหนแพง เพราะ Priceza มีระบบเช็คราคาประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ ช่วยให้เข้าถึงประกันที่ต้องการได้ในเวลานิดเดียว

3 มีอู่ซ่อมคอยให้บริการมากน้อยแค่ไหน

เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น เราสามารถเรียกเคลมประกันได้ 2 แบบคือ เอารถไปเคลมที่อู่ในเครือบริษัทประกัน กับเอารถไปซ่อมเอง ซึ่งการเอาไปซ่อมเองเราต้องสำรองเงินจ่ายค่าซ่อมไปก่อน แล้วค่อยมาเบิกกับบริษัทประกันทีหลัง ทำให้เกิดความยุ่งยากสำหรับคนที่สภาพคล่องทางการเงินไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นควรเลือกทำประกันกับบริษัทที่มีอู่ในเครืออยู่เยอะ เพื่อให้สามารถเคลมประกันได้ง่าย และไม่มีปัญหาอื่นๆ ตามมา โดยอาจจะถามอู่แถวบ้านก็ได้ว่าเค้ารับประกันของบริษัทไหนบ้าง แล้วค่อยเลือกทำประกันกับบริษัทนั้นๆ จะได้ง่ายเมื่อต้องการเรียกเคลม

ประกันภัยรถยนต์

4. บริการเสริมดีมากน้อยแค่ไหน

เราสามารถเปรียบเทียบประกันรถยนต์ด้วยวิธีดูในส่วนของบริการเสริมได้ด้วย เพราะอย่างบางเจ้าก็มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อรถเกิดปัญหา หรือมีรถให้ใช้งานระหว่างซ่อม ซึ่งของแบบนี้มันช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้นจริงๆ ถึงแม้จะมีเบี้ยประกันที่แพงกว่ากันนิดหน่อยก็ตาม

5. ดูชื่อเสียงของบริษัทประกันให้ดี

เราแทบจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าบริษัทไหนเป็นยังไง จนกว่าเราจะซื้อประกันรถยนต์มาใช้งานเอง และเกิดเหตุขึ้นกับตัวเอง เพราะฉะนั้นให้สอบถามเอาจากคนรอบข้างที่เคยเกิดการเคลมขึ้นจริงๆ หรือศึกษาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตดูว่าประกันเจ้าไหนบ้างที่ให้บริการดี มีบริการยอดเยี่ยม มาเร็ว เคลมเร็ว ซ่อมเร็ว และรักษาคำพูด ส่วนใครที่โดนวิพากษ์วิจารณ์เยอะหน่อยก็ถอยห่างไว้ อย่าไปยุ่งกับเค้าเลย

6. ดูเงื่อนไขส่วนลดก่อนซื้อประกันรถยนต์

ประกันรถยนต์นั้นไม่ใช่ราคาถูกๆ เลยนะ ทำครั้งนึงเป็นหมื่นบาท ซึ่งมันกินเงินในกระเป๋าสุดๆ แต่ถ้าเพื่อนๆ รู้ถึงเคล็ดลับต่างๆ ในการซื้อประกันรถยนต์ก็จะช่วยให้ลดค่าเบี้ยประกันไปได้หลายพันบาท เผลอๆ บางครั้งจะลดลงมามากกว่าครึ่งหนึ่งเลยด้วยซ้ำ ซึ่งเงื่อนไขส่วนลดการซื้อประกันภัยส่วนใหญ่ก็คือ การซื้อผ่านโบรกเกอร์ประกันภัยรถยนต์ เช่น Priceza Money การทำประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ การติดกล้องหน้ารถ การระบุชื่อคนขับ การเอารถซ่อมอู่ไม่ซ่อมห้าง การมีประวัติดี และการลงนามขับขี่ปลอดแอลกอฮอล์ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเงื่อนไขที่ช่วยให้การซื้อประกันรถยนต์ถูกลงกว่าเดิม

อาจจะดูเหมือนว่าการซื้อประกันรถยนต์นั้นเป็นเรื่องใหญ่ และน่างงอย่างมาก แต่ถ้าเพื่อนๆ ค่อยๆ ลิสต์และคิดตามไปทีละข้อดังนี้ล่ะก็ รับรองว่าจะเจอกับประกันภัยรถยนต์ที่ใช่ ขับขี่อุ่นใจ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คุณได้อย่างแน่นอน

คอมเมนต์

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่