5 เทคนิค เลือกเปรียบเทียบประกันรถยนต์ให้คุ้มค่าที่สุด

0
29

ช่วงต่อประกันรถยนต์เป็นอะไรที่ปวดตับสุด ๆ เพราะหลายคนไม่รู้ไม่แน่ใจว่าจะต่อประกันกับที่ไหนดี จะเทียบยังไงว่าประกันเจ้าไหนให้ความคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่เราต้องจ่ายออกไปมากที่สุด … ใครที่กำลังปวดหัวกับเรื่องเหล่านี้ ต้องการเปรียบเทียบประกันรถยนต์บทความนี้ช่วยคุณได้

เทคนิคแรก “เทียบความคุ้มครองกับอายุของรถยนต์ที่เราขับ”

เทคนิคง่าย ๆ ที่จะไม่ทำให้เราปวดหัววุ่นวายก็คือ หากเราเป็นรถยนต์มือหนึ่ง หรือรถใหม่ป้ายแดง ควรทำประกันชั้นหนึ่งไปเลย เพื่อครอบคลุมทุกความเสียหาย และค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นยากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด แต่หากรถยนต์ของเรามีอายุหลายปีแล้ว ก็สามารถเลือกประกันชั้นสอง หรือรอง ๆ ลงมาได้ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ของเรา

เทคนิคที่สอง “เปรียบเทียบบริษัทประกันภัย”

เมื่อเรารู้แล้วว่าเราควรทำประกันประเภทอะไร เทคนิคต่อมาก็คือเราต้องเปรียบเทียบบริษัทประกันภัย ข้อแนะนำก็คือ ควรเลือกบริษัทประกันภัยที่มีความน่าเชื่อถือ ทำงานมานาน และมีประวัติการเคลมที่รวดเร็วจบครบทุกปัญหา โดยเราสามารถหาข้อมูลได้ตามเว็บไซค์ต่าง ๆ ที่จะมีคนมาบอกเล่าประสบการณ์จริงของแต่ละบริษัทประกัน สำหรับเราแล้วบริษัทประกันภัยที่มีอายุยาวนาน มีความน่าเชื่อถือ จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ในใจเลยล่ะ

เคลมประกันรถยนต์

เทคนิคที่สาม “เปรียบเทียบทุนประกัน”

การเปรียบเทียบทุนประกันภัยจะทำให้เราเห็นภาพชัดว่าประกันที่เราซื้อ ถูกหรือแพง หากบริษัทประกันหนึ่งให้ทุนประกันสูง แต่ราคาเบี้ยถูกกว่าบริษัทอื่น และบริษัทที่ถูกกว่านั้นมีความน่าเชื่อถือ มีประวัติการเคลมที่รวดเร็วไม่ยุ่งยาก แบบนี้ก็เลือกได้ไม่ยากเลยนะ วิธีการเปรียบเทียบก็คือ หากข้อมูลทุนประกันจากหลาย ๆ เจ้า อาจจะคัดเลือกบริษัทประกันที่เราไว้ใจซัก 3-5 บริษัท แล้วนำมาเปรียบเทียบทุนประกันว่าที่ไหนให้มากที่สุด แต่จ่ายเบี้ยน้อยที่สุด โดยทุนประกันภัย คือ ค่าสินไหมที่บริษัทประกันภัยจะต้องจ่ายให้กับผู้เอาประกันภัยในกรณีที่ทรัพย์สินชิ้นนั้นได้รับความเสียหายโดยสิ้นเชิง หรือเกิน 70% นั่นเอง

เทคนิคที่สาม “เปรียบเทียบเบี้ยประกัน”

สำหรับบางท่าน ทุนประกันอาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะคิดว่า เราขับรถค่อนข้างปลอดภัยอยู่แล้ว และประวัติการเคลมต่ำมาก แต่สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ เบี้ยประกัน
เบี้ยประกันคืออะไร หากพูดถึงการทำประกันภัยแล้ว มักจะต้องประด้วยองค์ประกอบด้วยกัน 4 ส่วน จึงจะทำให้เกิดการทำประกันได้ … และถ้าหากเราพูดถึงเบี้ยประกัน
ในแง่ของความเป็นจริงแล้วละก็ มันก็คือ จำนวนเงินจำนวนหนึ่ง ที่ผู้เอาประกันจะต้องจ่ายให้แก่บริษัทประกันภัย ตามข้อตกลงที่ได้ทำสัญญากันเอาไว้ในกรมธรรม์
สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับเบี้ยประกัน อยากจ่ายน้อยก็ควรใช้เงื่อนไขนี้เป็นตัวเลือกอันดับแรก ๆ เมื่อเลือกบริษัทประกันภัยที่มีเบี้ยถูกสุด ๆ มาซัก 3-5 บริษัทแล้วค่อยมาพิจารณาความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจของผู้ทำประกันเป็นประเด็นรองลงมา

ความคุ้มครองรถยนต์

เทคนิคที่สี่ “ดูความคุ้มครองส่วนอื่น ๆ”

ความคุ้มครองส่วนอื่น ๆ ที่น่าสนใจที่เราควรพิจารณาเปรียบเทียบประกอบการตัดสินใจในการทำประกัน ก็คือ ความคุ้มครองรถยนต์ไฟไหม้ หรือสูญหาย ความคุ้มครองความเสียหายต่อบุคคล ความคุ้มครองความเสียหายต่อกระจกรถยนต์ และความคุ้มครองอื่น ๆ ที่บริษัทประกันภัยอาจเสนอให้เราเพิ่มเติม และแน่นอนที่สุดว่าเราควรเลือกบริษัทที่มีข้อเสนอเพิ่มเติมดีที่สุด

เทคนิคที่ห้า “เช็คเบี้ยประกันผ่านเว็บไซค์ออนไลน์”

สำหรับบางท่านอาจสับสนข้อมูลที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่บริษัทประกัน หรือโบรกเกอร์ประกันภัยรถยนต์ หรืออาจสงสัยในความลำเอียงของข้อมูลที่ทางบริษัทประกันภัยแจ้งเรามา เพราะเขาก็อยากให้เราทำประกันด้วย จึงแจ้งแต่ข้อดี แต่อาจไม่แจ้งข้อด้อย

วิธีการเปรียบเทียบราคานั้นเราสามารถเข้าไปดูได้ที่ Priceza Money ที่มีข้อมูลการเปรียบเทียบราคาประกันภัยอย่างครบถ้วนและเป็นกลาง โดยเราสามารถเปรียบเทียบประกันภัยรถยนต์ได้เอง โดยไม่มีความลำเอียง และเลือกประกันที่ตรงใจเราที่สุด

ข้อสรุปของเทคนิคการเลือกประกันภัยรถยนต์ก็คือควรเลือกประเภทของประกันที่เหมาะสมกับพฤติกรรมการขับขี่ของเรา จากนั้นเปรียบเทียบทุนประกัน และเบี้ยประกัน ดูความคุ้มครองส่วนอื่น ๆ และประการสุดท้ายอย่าลืมเช็คเบี้ยประกันผ่านเว็บไซค์ออนไลน์ Priceza Money นะคะ

คอมเมนต์

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่