รถสตาร์ทไม่ติด ทำไงดี? มาดู 4 สาเหตุหลักๆกัน

วันดีคืนดีรถที่ขับมาดี ๆ ก็สตาร์ทไม่ติดเสียอย่างนั้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็งานได้ปกติ ไม่ต้องตกใจไปมาดู 4 สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้รถสตาร์ทไม่ติดกันเถอะ

0
8

ชาว Priceza เคยประสบปัญหานี้กันไหมคะ? วันดีคืนดีรถที่ขับมาดี ๆ ก็สตาร์ทไม่ติดเสียอย่างนั้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็งานได้ปกติ สำหรับคนที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาบ้างแล้วคงพอเดาสาเหตุได้ว่าเกิดจากอะไร แต่หากคุณเคยเจอเหตุการณ์นี้เป็นครั้งแรกล่ะก็ ไม่ต้องตกใจไปเพราะทุกปัญหามีทางแก้ มาดู 4 สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้รถสตาร์ทไม่ติดกันเถอะ

 

รถสตาร์ทไม่ติด

แบตเตอรี่เสื่อม & แบตเตอรี่หมด

บางคนอาจยังไม่เข้าใจว่าแบตเตอรี่กับรถสตาร์ทไม่ติดนี้มันเกี่ยวกันอย่างไร ในการสตาร์ทรถทุกครั้งต้องใช้ไฟจากแบตเตอรี่เพื่อช่วยสตาร์ทรถให้เครื่องยนต์ทำงานเสียก่อน แต่เมื่อเราได้ใช้งานรถยนต์สักระยะเวลาหนึ่ง อาจจะหนึ่งปีหรือสองปี แบตเตอรี่ที่มากับรถตั้งแต่ซื้อมานั้นก็จะเสื่อมเป็นธรรมดา โดยอายุเฉลี่ยของแบตเตอรี่ทั่วไปอยู่ที่ 2 ปีค่ะ แต่หากยังไม่ถึงกำหนดที่จะต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ล่ะก็ให้ลองคิดดูดี ๆ ว่าคุณลืมเติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่หรือเปล่า (กรณีเป็นแบตเตอรี่แบบน้ำ) หรือลืมปิดไฟหน้ารถ ลืมปิดไฟฉุกเฉินขณะที่ดับเครื่องยนต์แล้วหรือเปล่าเพราะนี่เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้แบตเตอรี่รถยนต์หมดเร็วกว่าปกติค่ะ

การแก้ปัญหาหากแบตเตอรี่หมด หากคุณได้ทดสอบลองเปิดไฟและลองบีบแตรรถยนต์แล้วยังสามารถใช้งานได้ปกติ แต่เมื่อลองสตาร์ทเครื่องดูกลับมีเสียงแชะ แชะ แก๊ก แก๊ก ก็เป็นไปได้มากว่าแบตเตอรี่อ่อนใกล้หมดหรือหมดแล้ว ให้ค้นหาเบอร์โทรอู่ใกล้บ้านหรือใกล้จุดที่คุณอยู่ในขณะนั้นแล้วให้ช่างนำแบตมาเปลี่ยนให้คุณได้เลย แต่หากบริเวณใกล้เคียงไม่มีอู่ที่ขายแบตเตอรี่หรือเป็นเวลาดึกมากแล้วจนร้านปิดหมดแล้ว คุณอาจต้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนฝูงหรือคนที่ผ่านไปมาและขอยืมที่จั๊มแบตเตอรี่ (ในกรณีที่คุณไม่มีติดรถ) เพื่อจั๊มแบตเตอรี่กระตุ้นไฟให้สามารถขับไปต่อได้อีกระยะหนึ่งแล้วจึงค่อยซื้อเปลี่ยนหลังจากนั้น

ไดสตาร์ทมีปัญหา

หากปัญหาไม่ใช่ที่แบตเตอรี่ เพราะว่าคุณเพิ่งเปลี่ยนแบตเตอรี่มาได้ไม่นานและไม่ได้ลืมเปิดไฟทิ้งไว้จนแบตเตอรี่หมดแสดงว่าเกิดปัญหาที่ส่วนอื่นของตัวรถเข้าให้แล้ว ชิ้นส่วนต้องสงสัยส่วนถัดไปคือ ไดสตาร์ทนั่นเอง หากก่อนหน้านี้รถยนต์ของคุณเคยมีอาการเครื่องดับระหว่างกำลังขับหรือเครื่องดับเมื่อแรงไม่ถึงรอบต่ำก็เป็นไปได้มากว่าไดสตาร์จะมีปัญหา

การแก้ปัญหาหากไดสตาร์ทมีปัญหา หลายคนบอกว่าให้ลองแมน่วลโดยเองใช้เหล็กหรือท่อนไม้เคาะ ๆ ดู เมื่อสตาร์ทติดแล้วให้ถอดออกมาล้างภายหลัง แต่ทางที่ดีหากเป็นปัญหาเกี่ยวกับตัวเครื่องยนต์แนะนำให้เข้าอู่ปรึกษาช่วงดีกว่านะ หากรถยนต์ของคุณจอดอยู่ที่บ้านหรือที่ทำงานให้ลองปรึกษาอู่ใกล้บ้านหรือใกล้ที่ทำงานให้ช่างมาช่วยดูเบื้องต้น แต่หากรถมีปัญหาระหว่างการเดินทางแนะนำให้โทรเข้า Call center ของศูนย์บริการรถยนต์ของคุณหรือโทรหาประกันภัยรถยนต์ของคุณที่มีบริการฉุกเฉินช่วยลากรถหรือซ่อมแซมเบื้องต้นมาช่วยดูแลค่ะ

 

 

รถสตาร์ทไม่ติด1

น้ำมันหมด & แก๊สหมด

เป็นปัญหาที่คล้ายกับการเปิดคอมพิวเตอร์ไม่ติดแล้วพบว่า อ๋อลืมเสียบปลั๊กนั่นเอง คุณอาจมีวันยุ่ง ๆ จนไม่ทันสังเกตุว่าคุณลืมเติมน้ำมันหรือเติมแก๊สเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ของคุณ รู้ตัวอีกทีก็ใช้งานจนน้ำหมดหมดเกลี้ยงไม่สามารถสตาร์ทรถได้เสียแล้วและไม่มีปั๊มน้ำมันหรือปั๊มแก๊สที่สามารถเข็นรถไปได้เสียด้วย

การแก้ปัญหาหากน้ำมันหรือแก๊สหมด หากรถยนต์ของคุณเป็นแบบสองระบบใช้ได้ทั้งน้ำมันและแก๊ส เมื่อแก๊สหมดให้สตาร์ทน้ำมันแทน แต่หากน้ำมันหมดรถที่ติดตั้งแก๊สมาจากโรงงานในบางรุ่นจะสามารถสตาร์ทรถยนต์ด้วยแก๊สได้ให้ลองโทรเข้าอู่หรือ Call center ของศูนย์บริการเพื่อปรึกษาว่ารถของคุณสามารถทำได้หรือไม่ แต่หากรถของคุณมีระบบเดียวและน้ำมันหมดเกลี้ยงถังให้หาทางนำน้ำมันมาเติมให้ได้อย่างน้อย 5 ลิตร เพราะหากน้ำมันหมดเกลี้ยงจริง ๆ อาจต้องใช้น้ำมันเยอะสักหน่อยในการสตาร์ทรถทั้งนี้ก็แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น โดยเฉพาะรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลถ้าน้ำมันหมดอาจต้องเข้าอู่สถานเดียว ทางที่ดีแนะนำให้โทรเข้า Call center ของศูนย์บริการรถยนต์ยี่ห้อของคุณแล้วสอบถามแนวทางแก้ปัญหาที่ถูกต้องกรณีน้ำมันหมด นอกจากนี้ยังมีประกันภัยที่มีบริการฉุกเฉินที่เข้ามาดูแลรถคุณได้เบื้องต้นรวมถึงส่งคนมาช่วยเติมน้ำมันฟรีให้คุณในกรณีนี้ด้วย ลองโทรไปสอบถามได้เลย

มอเตอร์สตาร์ทมีปัญหา

หากคุณเปลี่ยนแบตเตอรี่ก็แล้ว ลองเคาะไดสตาร์ทก็แล้วแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น รถก็ยังสตาร์ทไม่ติดเช่นเดิม ก็เป็นไปได้ว่าปัญหาอาจเกิดที่ มอเตอร์สตาร์ท ซึ่งอาจจะเกิดจากฟิวส์มอเตอร์ขาด สายไฟหลุดออกจากจุดที่ต่อหรือสายไฟขาด แปรงถ่านที่อยู่ในมอเตอร์หมด นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากวงจรไฟฟ้าของรถยนต์ทำงานผิดปกติก็เป็นไปได้

การแก้ปัญหาหากมอเตอร์สตาร์ทมีปัญหา ในกรณีนี้แนะนำให้ชาว Priceza นำรถเข้าอู่ดีกว่าให้ช่างผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดูแลให้น่าจะดีกว่าการลองผิดลองถูกนะ

ส่วนใหญ่แล้วสาเหตุที่รถสตาร์ทไม่ติดนั้นมักเกิดขึ้นจากแบตเตอรี่หมดเท่านั้นเอง ชาว Priceza ไม่ต้องตกใจไปนะ เพียงแต่บางครั้งเนี่ยปัญหาอาจเกิดในเวลาและสถานที่ที่ไม่เหมาะสมเอาเสียเลย ทางที่ดีควรตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์และเตรียมความพร้อมหากต้องเดินทางไกลอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ควรเลือกประกันภัยรถยนต์ที่มีบริการฉุกเฉิน ที่จะช่วยให้ชาว Priceza อุ่นใจได้ว่าจะมีผู้ช่วยมาดูแลในยามที่คุณเกิดเหตุไม่คาดฝันยังไงล่ะคะ

คอมเมนต์

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่