เงินเดือนเท่านี้ กู้ซื้อบ้านได้เท่าไหร่

0
169

อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ซื้อบ้านชั้นเดียว ซื้อบ้านสองชั้น ทาวน์เฮ้าส์ ทาวโฮม หรือคอนโดมิเนียม … จะเป็นพนักงานกินเงินเดือน หรือข้าราชการ ทำงานราชการ อย่างไรก็ตาม หากเราไม่มีเงินไปซื้อบ้านด้วยเงินสด เราก็ต้องยื่นกู้ เพื่อขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อต่อเติมความฝันของเราให้เป็นจริงขึ้นมาได้

 

แล้วถ้า … เงินเดือนเท่านี้ กู้ซื้อบ้านได้เท่าไหร่?

คำถามยอดฮิตที่มีคนถามกันบ่อยๆ ว่า … เงินเดือนเท่านี้ กู้ซื้อบ้านได้เท่าไหร่ … คำตอบก็คือ เมื่อเราทราบรายได้ของตัวเองแล้วมาคำนวณว่าคุณจะซื้อบ้านได้แบบใด ในราคาใดได้บ้าง ดังต่อไปนี้
ในกรณีที่คุณทราบ “รายได้” ของคุณว่ามีเท่าใด และอยากทราบว่ารายได้ดังกล่าวนั้น สามารถจะซื้อบ้านในระดับราคาประมาณเท่าใด ก็สามารถคิดคำนวณได้ไม่ เราต้องใช้วิธีการคิดย้อนกลับจากการคำนวณค่างวดจากฐานรายได้ของเราเองครับ
ตัวอย่าง เช่น หากคุณมีรายได้ประมาณเดือนละ 25,000 บาท คุณอยากรู้ว่าธนาคารจะให้คุณกู้ได้ในวงเงินเท่าใด และจะซื้อบ้านในราคาประมาณเท่าใด

 

เงินเดือนเท่านี้ กู้ซื้อบ้านได้เท่าไหร่

 

วิธีคิดนั้นไม่ยากเลย … โดยเราต้องประเมินกำลังการผ่อนชำระค่างวดต่อเดือน ซึ่งธนาคารมักจะให้กู้ในวงเงินประมาณ 15-25% ของรายรับต่อเดือนหลังหักค่าใช้จ่ายส่วนตัว กรณีที่เรามีเงินเดือน 2.5 หมื่นหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือ 2 หมื่น ถ้าหากคิดที่ 25% เรามีความสามารถในการผ่อนชำระเป็น ค่างวดต่อเดือน = 20000 * 0.25 = 5,000 บาท/เดือน
หากเราต้องการกู้ซื้อบ้าน 30 ปี ทางสถาบันการเงินจะกำหนดวงเงินกู้ให้กับเรา ถ้าเรามีความสามารถในการผ่อนชำระต่อเดือนที่ 5,000 บาทต่อเดือน ก็จะประมาณวงเงินที่จะกู้ได้ที่ 8 แสน ถึงหนึ่งล้านบาทบาท หากทางธนาคาร หรือสถาบันการเงินทำการคิดดอกเบี้ยเงินกู้ที่ 6% ต่อปี จะคิดเป็นดอกเบี้ย 926,966 บาท หรือกว่าเท่าตัวของที่เราจะยื่นกู้นั่นเอง
อย่างไรก็ตามวิธีการคิดคำนวณจะขึ้นอยู่กับนโยบายของธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่เรายื่นกู้เอาไว้ด้วย ข้อแนะนำก็คือ ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคาร หรือสถาบันการเงินเหล่านั้นโดยตรงจะได้ข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด

สิ่งจำเป็นอื่นๆ ที่ต้องคิดเมื่อจะซื้อบ้าน

สิ่งที่ต้องคิดตามมานอกจากคำนวณรายได้ฐานเงินเดือนเพื่อเอาไว้ผ่อนค่างวด ก็คือ เราต้องเผื่อเงินไว้ดาวน์บ้านด้วย เพราะหากเรามีเงินดาวน์บ้านมากพอ โอกาสที่เราจะกู้ผ่านก็จะสูงขึ้นมาก
ยกตัวอย่างเช่น เรามีฐานเงินเดือน 25,000 บาท มีความสามารถในการผ่อนชำระเท่ากับ 20000 * 0.25 = 5,000 บาท/เดือน เราสามารถกู้ซื้อบ้านในราคาราวห้าแสนถึงหนึ่งล้านบาท ด้วยเงินดาวน์ราว 5-10% ของราคาบ้าน นั่นก็คือราว 100,000 บาทสำหรับเงินดาวน์

 

สิ่งจำเป็นอื่นๆ ที่ต้องคิดเมื่อจะซื้อบ้าน

 

แต่หากเราอยากกู้ให้ผ่านแน่ๆ และต้องการผ่อนชำระค่างวดน้อยๆ เราสามารถเพิ่มเงินดาวน์บ้านได้ โดยถ้าเราเพิ่มเงินดาวน์เป็น 20% หรือราว 200,000 บาท จะทำให้เรามีโอกาสยื่นขอสินเชื่อผ่านได้ง่ายขึ้นมาก แถมค่างวดผ่อนชำระก็จะลดต่ำลงด้วย
นอกจากนั้นสิ่งที่ต้องคำนึงถือก็คือ เราควรมีเงินเหลือสำหรับซื้อเฟอร์นิเจอร์ หรือซื้อสิ่งของจำเป็นในบ้านต่างๆ ต้องเผื่อเงินไว้อีกก้อนด้วย และการผ่อนค่างวดบ้านต้องไม่กระทบค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเราเพื่อไม่ให้ “ตึง” จนเกินไป ซึ่งหากเราผ่อนค่างวดด้วยเงิน 20% ของรายรับที่เราทำได้ในแต่ละเดือน ก็เป็นการการันตีว่าเราจะมีสภาพคล่องไว้ใช้ใจในระดับหนึ่งแล้วครับ
อย่างไรก็ตามค่างวดผ่อนชำระบ้าน และความสามารถในการซื้อบ้านนั้น เราต้องไปปรึกษากับทางเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่เรายื่นขอสินเชื่อวงเงินกู้ เพื่อสอบถามรายละเอียดให้ครบถ้วน เพราะเจ้าหน้าที่เหล่านั้นมีหน้าที่ต้องแจ้งข้อมูลที่เราควรรับรู้อยู่แล้ว

เมื่อเรารับทราบข้อมูลก็นำเอกสารทั้งหมดที่จำเป็นยื่นขอสินเชื่อบ้านให้ครบถ้วน แค่นี้โอกาสที่เราจะมีบ้านหลังแรกในฝันก็ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วล่ะครับ ขอให้ทุกท่านมีบ้านอย่างที่ฝันเอาไว้นะครับ ผมเป็นกำลังใจให้เสมอครับ

คอมเมนต์

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่