ทริคแก้ไขอาการ จอดรถนานจนสตาร์ทไม่ติด

0
62

ช่วงโควิด-19 จอดรถทิ้งไว้นาน พอมาสตาร์ทเครื่องยนต์ กลับไม่ติด แต่จำเป็นจะต้องใช้รถจริงๆ จะแก้ไขด้วยตัวเองได้ไหม ต้องทำอย่างไร หรือโทรเรียกช่างดี? วันนี้พี่หมี TQM มีทริคแก้ไขอาการจอดรถนานจนสตาร์ทไม่ติดมาฝากกัน แต่จะต้องมีเวลาในการทำและอาศัยการสังเกตสักนิดนึงนะครับ

สตาร์ทรถไม่ติด ควรเช็คตำแหน่งเกียร์ก่อนสิ่งใด

บางคนที่ใช้รถเกียร์ออโต้อาจจะมองข้ามสิ่งนี้ไป พอสตาร์ทไม่ติดบิดเงียบก็ไปนึกถึงส่วนอื่นๆ ของรถก่อน แต่กลายเป็นเข้าเกียร์ผิดเลยสตาร์ทไม่ติดแทน ทุกครั้งที่สตาร์ท จะต้องเข้าเกียร์ P หรือ N เท่านั้นนะครับจำไว้ให้ดี แต่ถ้าใส่เกียร์ถูกแล้ว แต่สตาร์ทไม่ติด แสดงว่าอาจเกิดความเสียหายกับส่วนอื่นๆ ของรถแล้วหละ

สังเกตเสียงตอนสตาร์ท

วิธีการที่จะทำให้รู้ว่าส่วนไหนของรถทำให้สตาร์ทไม่ติด สามารถแยกได้ด้วยเสียงที่ได้ยินหลังจากบิดกุญแจสตาร์ท แบ่งเป็น 3 แบบ ดังต่อไปนี้

  1. เครื่องหมุนช้า แต่มีเสียงสตาร์ท

เบื้องต้นลองสังเกตที่หน้าปัดและไฟหน้ารถ ว่าไฟติดอยู่ไหม ติดแล้วสว่างเต็มที่ไหม หากไฟหรี่ลงควรสันนิษฐานว่าแบตเตอรี่มีปัญหา เป็นเหตุให้สตาร์ทไม่ได้ครับ เพราะในการสตาร์ทหนึ่งครั้งจำเป็นต้องใช้กำลังไฟมาก แต่ไฟหน้าปัด ไฟหน้ารถ หรือแตร ใช้กำลังไฟน้อยจึงอาจยังใช้งานได้อยู่ ถ้าไม่ก็น่าจะคาดเดาได้ว่ากำลังไฟของรถน่าจะมีปัญหาซึ่งก็คือแบตเตอรรี่ของรถน่าจะเสื่อมนั่นเอง

วิธีแก้ไข ทำได้โดยให้เปิดกระโปรงรถแล้วสังเกตในบริเวณแบตเตอรี่ว่าสายต่างๆต่อครบ ไม่หลุดหรือหลวม รวมถึงขั้วแบตเตอรี่ซึ่งเป็นปัญหาหลักๆ ว่าแน่นดีหรือไม่ เพราะหากหลวมกำลังในการส่งไฟไม่ครบ 12 โวลต์ ไฟจะเดินได้ไม่เต็มที่ ให้ขันขั้วแบตให้แน่นด้วยประแจเล็ก จากนั้นลองไปสตาร์ทรถใหม่ หากรอบนี้ยังไม่ติดหรือกรณีคือ สตาร์ทแล้วไฟหน้าปัดที่ติดอยู่ดับวูบไปเลย แปลว่ากำลังไฟในแบตไม่พอ แก้ให้หายขาดได้โดยการเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือหากรีบใช้จริงๆ คือวิธีพ่วงแบตเตอรี่จากคันอื่นครับ

แต่ถ้าทั้งขยับขั้นทั้งพ่วงแบตยังไม่หาย แสดงว่าไดชาร์ตมีปัญหา ต้องเรียกช่างให้มาช่วย หากไฟหน้าปัดรถยนต์ยังติดอยู่สามารถสังเกตได้ง่ายๆว่า มีไฟตรงสัญลักษณ์แบตเตอรี่ขึ้นหรือไม่ หากแน่ใจว่าแบตยังไม่หมด แต่ดันขึ้นสัญญาณแบบนี้ แสดงว่าไดชาร์ตไม่สามารถส่งกำลังไฟได้นั่นเอง

  1. เครื่องหมุนเร็ว แต่ไม่มีเสียงสตาร์ท

อันนี้สามารถแยกได้ง่ายกว่าสองแบบแรก เครื่องยนต์หมุนแล้วเพียงแต่ไม่มีเสียงสตาร์ทเมื่อหยุดบิดกุญแจเครื่องก็หยุด แสดงว่าปัญหาไม่ใช่ระบบแบตเตอรี่แต่เป็นเครื่องยนต์แทน ไม่สามารถแก้ไขเองได้ ต้องเรียกช่างอย่างเดียวครับ

  1. เครื่องเงียบ แต่มีเสียงแชะๆ

กรณีนี้ให้ดูหน้าปัดก่อนเลยครับ ถ้าไฟติดดี สตาร์ทไปเครื่องเงียบแต่มีเสียงแชะๆ แสดงว่าส่วนที่มีปัญหาน่าจะเป็นมอเตอร์รถยนต์คือกำลังไฟพอมี แต่มอเตอร์สตาร์ททำงานไม่สมบูรณ์ อาจเกิดจาก ฟิวส์มอเตอร์สตาร์ทขาด, สายไฟที่ต่อไปยังสตาร์ทมอเตอร์อาจขาดหรือหลุดออกจากจุดต่อ, แปรงถ่านที่อยู่ในมอเตอร์สตาร์ทหมดแล้ว ไม่สามารถแก้ไขเองได้ จำเป็นจะต้องเรียกช่างเหมือนกันครับ

  1. เครื่องเงียบ ไฟไม่ติดเลย

บบนี้แยกง่ายครับ ขึ้นรถไปบิดสตาร์ทไฟหน้ารถ ไฟหน้าปัดไม่ติด เสียงเครื่องเงียบ เป็นไปได้ว่าระบบไฟจะมีปัญหา เพราะรถที่จอดไว้นาน มีโอกาสสูงที่สายไฟจะรั่ว ถูกหนูกัดขาด กรณีนี้ถึงส่วนอื่นไม่มีปัญหาก็ สตาร์ทไม่ติดอยู่ดี ควรเรียกช่างมาดูครับ

ถ้าปัญหาเกิดที่แบตเตอรี่รถ คุณสามารถโทรหาร้านแบตเตอรี่ให้ และแม้บางอาการจะไม่สามารถแก้ไขเองได้ แต่อย่างน้อยคุณจะรู้ว่าส่วนไหนที่เสีย พอบอกอาการกับช่างได้และรู้ว่าจำเป็นต้องเรียกช่างเลยหรือไม่

นอกจากนี้การจอดรถทิ้งเอาไว้นานๆ ยังจะนำมาสู่อีกหลายปัญหาตามมา เช่น ยางรถยนต์เสื่อม ยางลมอ่อน ตัวเครื่องยนต์เสียหาย หนูกัดสายไฟ น้ำมันเสื่อมสภาพ เผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ฯลฯ ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์หากนำรถออกมาใช้โดยไม่ได้เช็คสภาพ ทางที่ดีควรเช็คสภาพรถยนต์หลังจอดทิ้งไว้นานๆ อย่างละเอียด และอย่าลืมเช็ควันหมดประกัน เพราะถ้าประกันขาดมักมาพร้อมอุบัติเหตุ สำหรับใครที่ประกันใกล้หมด พี่หมีขอแนะนำประกันชั้น3+ รายเดือน เพียง 555.- บาท คุ้มครอง 30 วัน ทำได้ทั้งเก๋งและกระบะ ไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก สนใจคลิกที่นี่เลย หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 1737 ตลอด 24 ชั่วโมงคร้าบ