โดน “ชนแล้วหนี” ต้องทำอย่างไร นี่คือสิ่งที่คนทำประกันรถแต่ละชั้นต้องรู้

0
6

ทุกวันนี้คนเราออกรถกันเยอะมากเลยนะ ทั้งมือใหม่ มือเก่า ต่างก็มีรถยนต์ส่วนตัวขับกันทั้งนั้น ด้วยความที่รถมันเต็มท้องถนนเนี่ยแหละ ทำให้การขับขี่ยากขึ้น ประกอบกับฝีมือของคนขับบางท่านอาจจะยังไม่มากพอ ประสบการณ์ยังน้อย หรือด้วยกับความประมาทต่าง ๆ จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนขึ้นได้

ถ้ามันเป็นแค่การเฉี่ยวชนธรรมดาก็ยังโอเคนะ ลงมาเจรจา เรียกประกันมาเคลมอะไรก็ว่ากันไป แต่เดี๋ยวนี้มีหลายท่านมากที่เจอกรณี ชนแล้วหนี ซึ่งมันทำให้เจ็บใจมากเลยนะ ทรัพย์สินก็เสียหายทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วยังหาตัวคนทำผิดมาลงโทษหรือรับผิดชอบไม่ได้อีก หลายคนจึงเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า ถ้าโดนชนแล้วหนีแบบนี้เนี่ย ประกันเค้าจะคุ้มครองเรายังไง แล้วเราต้องทำอะไรบ้าง ดังนั้นวันนี้เราจึงจะมาสรุปเหตุการณ์และขั้นตอนทั้งหมดให้เพื่อน ๆ ได้ฟังกัน ว่าถ้าโดนชนแล้วหนีแบบนี้นึ่ต้องทำยังไงดี สำหรับใครที่โดนชนแล้วหนีจะได้นำไปใช้ และเป็นความรู้ประดับไว้หากต้องเจอกับเหตุการณ์จริงนะคะ

ชนแล้วหนี

1. ตรวจสอบก่อนว่าประกันรถยนต์ของตัวเองคุ้มครองเรื่องนี้รึเปล่า

แน่นอนว่าการชนแล้วหนีนี่ก็นับเป็นอุบัติเหตุอย่างหนึ่งเหมือนกัน ซึ่งประกันภัยรถยนต์เค้าก็ต้องมีออพชั่นนี้ไว้ให้เพื่อน ๆ อยู่แล้ว แต่ทีนี้ปัญหามันอยู่ที่ว่า ประกันภัยชั้นไหนบ้างล่ะที่เค้าคุ้มครอง แล้วคุ้มครองมากน้อยเท่าไหร่ หลังจากโดนชนแล้วหนี ให้เพื่อน ๆ ตั้งสติตรวจเช็กประกันภัยรถยนต์ของตัวเอง แล้วมาเทียบกับข้อมูลการคุ้มครองของแต่ละประกันภัยตามนี้เลยค่ะ

– ประกันชั้น 1 อันนี้แน่นอนว่าคุ้มครองเกือบทุกกรณีอยู่แล้ว ซึ่งรวมทั้งการชนแล้วหนีด้วยเช่นกัน แต่อาจมีบางกรณีที่ประกันชั้น 1 ไม่คุ้มครอง

ประกันชั้น 2+ สำหรับประกันชั้นนี้ชนแล้วหนีเค้าก็คุ้มครอง แต่เราต้องรู้เลขทะเบียนของคู่กรณีด้วย ถ้าเราจำเลขทะเบียนได้ หรือมีกล้องหน้ารถยังไงเค้าก็ให้เคลม

– ประกันชั้น 3+ อันนี้ก็ยังเหมือนประกันชั้น 2+ ทุกอย่าง นั่นคือ ถ้าเรารู้เลขทะเบียนของรถยนต์ที่ชนเรา ก็สามารถเคลมเอาประกันได้นั่นเอง

– ประกันชั้น 3 แน่นอนว่าไม่คุ้มครองอะไรเราเลย ขนาดชนกันซึ่ง ๆ หน้าเค้ายังไม่ซ่อมให้ โดนชนแล้วหนีแบบนี้หมดสิทธิ์แน่นอน

2. เรียกประกันภัยรถยนต์เพื่อดำเนินการ

หลังจากตรวจเช็กประกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผลปรากฏว่ารถเราครอบคลุมสิทธิ์เคลมประกันกรณีชนแล้วหนี ก็ให้เพื่อน ๆ ติดต่อโทรเรียกประกันภัยของเรามาได้เลย โดยทางบริษัทเค้าจะสอบถามลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ไปยังไง มายังไง ชนแล้วหนีแบบไหน เพื่อทำการออกใบเคลมให้เรา โดยสิ่งที่เราต้องเตรียมตัวไว้ก่อนที่ประกันภัยจะมาถึงก็คือ ใบบันทึกประจำวันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนั่นเอง เพราะต้องใช้เป็นหลักฐานประกอบการเคลมครั้งนี้ด้วยค่ะ

แต่สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่ทำประกันชั้น 2+ หรือ 3+ เอาไว้ แล้วเกิดกรณีชนแล้วหนีขึ้นเนี่ย เพื่อน ๆ ก็ต้องหาหลักฐานติดไม้ติดมือไว้ด้วยนะ ก่อนจะโทรแจ้งประกันภัย เราต้องระบุให้ได้ว่ารถที่ชนแล้วหนีนั้นเลขทะเบียนอะไร รถยนต์คันไหน เพราะเค้าต้องใช้หลักฐานเพื่อประกอบการเคลมครั้งนี้ด้วย ซึ่งพวกหลักฐานของการชนแล้วหนีนี่ก็มาจากกล้องหน้ารถ หรือกล้องจราจรต่าง ๆ นั่นแหละ เป็นยังไง เริ่มเห็นประโยชน์ของการติดกล้องในรถกันแล้วใช่มั้ยล่ะแนะนำเลยนะว่ายุคนี้นี่ยังไงก็ต้องมีจริง ๆ

ประกันรถยนต์

3. แจ้งความลงบันทึกประจำวัน เพื่อรอดำเนินการ

ถึงแม้เราจะโดนชนแล้วหนีจริง แต่อยู่ ๆ เราจะโทรไปแจ้งประกันภัยให้เค้ามาเคลมเลย มันก็คงจะไม่ได้ เพราะหลักถงหลักฐานเราก็ไม่มี ดังนั้นเราต้องทำการแจ้งความลงบันทึกประจำวันซะก่อน เพื่อใช้เป็นหลักฐานว่าเราเกิดเหตุโดนชนแล้วหนีจริง ซึ่งถ้าบังเอิญเราโชคดี ได้เลขทะเบียนของคู่กรณีมา ตำรวจก็จะตามตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งสองครั้ง และขณะลงบันทึกประจำวันเจ้าหน้าที่ประกันก็สามารถเดินทางมาออกใบเคลมให้เราที่สถานีตำรวจได้เลย

เหตุการณ์ชนแล้วหนีนี่ไม่มีใครอยากเจอหรอกจริงมั้ย แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องทำตามกติกา ทำตามขั้นตอนของมันให้ถูกต้อง เพื่อที่เราจะได้รับสิทธิ์ของเราอย่างเต็มที่ และก่อนจากกันไปนี้เราก็ได้รวบรวมสิ่งที่เพื่อน ๆ ควรทำหากโดนชนแล้วหนีมาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เผื่อในกรณีที่ผู้หญิงตัวคนเดียว เกิดเหตุการณ์แบบนี้ระหว่างเดินทาง จะได้รับมือกับสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องนั่นเอง

โดยอันดับแรกเลยให้จดจำรายละเอียดของคู่กรณีให้ได้มากที่สุด เลขทะเบียน สีรถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น ยิ่งรายละเอียดเยอะแค่ไหนยิ่งดี เพื่อจะได้ใช้เป็นหลักฐานต่อไปได้ หลังจากนั้นให้โทรแจ้ง 191 ในทันที เพื่อสกัดจับคู่กรณีที่กำลังจะหลบหนี แต่ให้ระวังไว้ด้วยนะเพราะบางครั้งอาจเป็นฝีมือของมิจฉาชีพที่พยายามล่อลวงให้เราลงจากรถ และทำการดักปล้นชิงทรัพย์ก็ได้ ดังนั้นแนะนำว่าถ้าอยู่ในที่เปลี่ยว อย่าหยุดรถจะดีกว่า ถ้าการชนแล้วหนีครั้งนั้นเป็นเหตุร้ายแรงถึงขั้นทำให้บาดเจ็บ รีบประสานงานกับ 191 ด้วยว่าเราต้องการรถพยาบาล แล้วให้เราเรียบเรียงเหตุการณ์อีกครั้งหนึ่ง เพื่อไว้เป็นปากคำให้กับตำรวจในการลงบันทึกประจำวันนั่นเอง

คอมเมนต์

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่