ต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์ ฉบับเข้าใจง่าย ปี 2569

ต่อใบขับขี่ออนไลน์ฉบับง่าย

เราอยู่ในยุคที่อะไรๆ ก็ทำออนไลน์ได้หมดแล้ว การต่ออายุใบขับขี่ก็เช่นกัน วันนี้ Priceza Money จะมาอัปเดตขั้นตอนใหม่ที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งช่วยให้ผู้ที่ใบขับขี่ใกล้หมดอายุไม่ต้องออกจากบ้านไปรออีกต่อไป รายละเอียดเป็นยังไงมาดูกัน! 

สรุปอัพเดท การต่อใบขับขี่ ฉบับปี 2569

กฎกระทรวง การขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568

เกี่ยวกับการต่อใบขับขี่ออนไลน์ ไม่ต้องไปสำนักงานขนส่ง หากเข้าเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้เดือนมิถุนายน 2569 โดยมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้

  1. ยกเว้นการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: ผู้ขอต่ออายุไม่ต้องเดินทางไปทดสอบสายตาหรือปฏิกิริยาเบรกที่สำนักงานขนส่ง (หากเข้าเงื่อนไข) โดยมีเกณฑ์อายุและสถานะใบขับขี่ ดังนี้
  • ต้องเป็นผู้ที่ขอต่อใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล หรือรถจักรยานยนต์เท่านั้น
  • ต้องมีอายุ ไม่เกิน 55 ปีบริบูรณ์ แต่หากอายุเกิน 55 ปีขึ้นไปยังคงต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายตามหลักเกณฑ์เดิม
  • ใบขับขี่เดิมต้องยังไม่หมดอายุ หรือ หมดอายุมาแล้วไม่เกิน 1 ปี
  1. ดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ 100%: สามารถยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่ขั้นตอนการแจ้งความประสงค์ การส่งเอกสาร ไปจนถึงการรอรับใบอนุญาตขับรถที่บ้าน

ทำไมถึงต้องมีการยกเว้นการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

กรมการขนส่งทางบกประเมินแล้วว่า ผู้ขับขี่ทั่วไปที่อายุยังไม่ถึง 55 ปี หากไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยร้ายแรง สมรรถภาพทางร่างกายจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญที่ส่งผลต่อการขับรถ จึงปรับแก้กฎหมายเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและประหยัดเวลาของประชาชน

ต่ออายุใบขับขี่รถยนต์ออนไลน์

โดยการต่ออายุใบขับขี่รถยนต์และจักรยานยนต์ จะทำผ่านออนไลน์ได้ทั้งหมดแล้ว ในกรณีต่ออายุล่วงหน้าและขาดต่อไม่เกิน 1 ปี 

  • ใบขับขี่ส่วนบุคคล สามารถต่ออายุต่อก่อนวันสิ้นอายุได้ล่วงหน้า 6 เดือน 
  • การขับขี่ในขณะที่ใบขับขี่สิ้นอายุ มีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท

 

การต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์จะแบ่งเป็น 2 แบบ คือ

  • ต่ออายุใบขับขี่ 2 ปี เป็น 5 ปี > ไม่ต้องอบรมออนไลน์ เมื่อถือใบอนุญาตขับรถ ครบ 1 ปี สามารถต่ออายุล่วงหน้าได้ทันที ได้ที่ DLT Smart Queue (โหลดได้ใน iOS และ Android) 
    • กรณีขาดต่อเกิน 1 ขึ้นไปต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ทดสอบข้อเขียน E-exam โดยต้องสอบให้ผ่านเกณฑ์ ไม่ต่ำกว่า 45 จาก 50 ข้อ
    • กรณีขาดต่อเกิน 3 ปีขึ้นไปต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ทดสอบข้อเขียน E-exam โดยต้องสอบให้ผ่านเกณฑ์ ไม่ต่ำกว่า 45 จาก 50 ข้อ และทดสอบขับรถ (เหมือนทำใบขับขี่ใหม่)
  • ต่ออายุใบขับขี่ 5 ปี เป็น 5 ปี > ต้องอบรมออนไลน์ผ่านเว็บ DLT elearning ก่อน แล้วต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้เลยที่ DLT Smart Queue  
    • กรณีขาดต่อเกิน 1 ปีขึ้นไปต้องอบรมและทดสอบข้อเขียน  E-exam โดยต้องสอบให้ผ่านเกณฑ์ ไม่ต่ำกว่า 45 จาก 50 ข้อ 
    • กรณีขาดต่อเกิน 3 ปีขึ้นไปต้องอบรมทดสอบข้อเขียน E-exam โดยต้องสอบให้ผ่านเกณฑ์ ไม่ต่ำกว่า 45 จาก 50 ข้อ และทดสอบขับรถ (เหมือนทำใบขับขี่ใหม่)

เอกสารต่อใบขับขี่

ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นการต่อใบขับขี่แบบไหนก็ตาม กรมขนส่งทางบกเปลี่ยนแนวทางให้ต้องมี ‘ใบรับรองแพทย์’ ทุกกรณี 

เอกสารทั้งหมดที่ต้องเตรียม มีดังนี้

  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • ใบขับขี่ใบเดิมของเรา
  • ใบรับรองแพทย์ (อายุไม่เกิน 1เดือน) แสดงว่า ผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวอันอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ และไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมขนส่งทางบก

ขั้นตอนต่อใบขับขี่ออนไลน์

ขั้นตอนการต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์

ขั้นตอนการต่อใบขับขี่ผ่านทางออนไลน์แบบเข้าใจง่ายๆคือ
  1. ลงทะเบียนและอบรมใบขับขี่ผ่านเว็บ DLT elearning และทำแบบทดสอบให้เรียบร้อย (ถ้าหากต่ออายุใบขับขี่ 2 ปี เป็น 5 ปี ข้ามไปข้อ 2 ได้เลย ไม่ต้องอบรม)
  2. เข้าเว็บหรือโหลดแอพ DLT Smart Queue (โหลดได้ใน iOS และ Android) ลงทะเบียนและจองคิวเพื่อเข้าไปที่กรมขนส่งได้เลย
  3. เตรียมเอกสารให้พร้อม คือ บัตรประชาชน / ใบขับขี่เดิม / ใบรับรองแพทย์
  4. ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ที่กรมขนส่ง
  5. ชำระค่าธรรมเนียม 505 บาท และรอรับใบขับขี่ใบใหม่
*ใครอยากทราบวิธีใช้เว็บ DLT elearning และ DLT Smart Queue โดยละเอียด ผมมีอธิบายไว้ข้างล่างเรียบร้อยแล้วนะครับ

อบรมใบขับขี่ออนไลน์ผ่าน DLT elearning

ขั้นตอนการอบรมออนไลน์ผ่านเว็บ DLT elearning มีดังนี้ครับ
  • ทำการเข้าสู่เว็บ DLT elearning เพื่อลงทะเบียน
  • ถ้าหากใครลงทะเบียนไว้แล้ว ก็เข้าสู่ระบบด้วย เลขบัตรประชาชน และ วันเดือนปีเกิด ได้เลยครับ
  • เมื่อเข้ามาแล้วให้เลือก อบรมต่ออายุใบอนุญาติรถส่วนบุคคล/รถขนส่ง/รถสาธารณะ ครับ
  • หลังจากนั้นให้เลือก [ต่ออายุ]ใบอนุญาติขับรถส่วนบุคคล ครับ แต่ถ้าหากใคร ใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี ก็เลือกเมนูถัดมานะครับ
  • เมื่อเลือกหลักสูตรแล้ว ให้เรากด ‘ดำเนินการต่อ’ เพื่อรับชมวิดีโออบรมใบขับขี่ได้เลยครับ
  • ในระหว่างที่เราอบรม ‘จะมีคำถามขึ้นมาให้เราต้องตอบด้วย’ นะครับ อย่าเปิดทิ้งไว้แล้วไปทำอย่างอื่นล่ะ
  • เมื่ออบรมผ่านทุกส่วนแล้ว ให้เรากดที่ ‘หลักฐานการผ่านอบรม’ เพื่อแคปหน้าจอไว้เป็นหลักฐานเพื่อไปทำใบขับขี่ต่อไปครับ

โดยผลการอบรมใบขับขี่ จะสามารถใช้ได้ภายใน 6 เดือนหลังจากวันที่ผ่านอบรมนะครับ รีบจองคิวทำใบขับขี่ต่อได้เลย

จองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ผ่าน DLT Smart Queue

เมื่อเราอบรมผ่าน DLT elearning เรียบร้อยแล้ว ก็สามารถมาจองคิวที่ DLT Smart Queue เพื่อไปต่ออายุใบขับขี่ที่กรมขนส่งทางบกได้เลย โดยขั้นตอนมี ดังนี้
  • เข้าเว็บ https://gecc.dlt.go.th
  • ลงทะเบียน หรือ ใครลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วก็เข้าสู่ระบบได้เลยครับ
  • เลือก สำนักงานขนส่งที่ใกล้บ้านหรือสะดวก เพื่อไปต่ออายุใบขับขี่
  • เลือก ‘งานใบอนุญาต’
ขั้นตอน 1
  • เลือก ‘ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล’ > เลือก ‘ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ’ > เลือก ‘รถยนต์’
ขั้นตอน 2
  • กรอกข้อมูลวันหมดอายุใบอนุญาติขับขี่ (ดูในใบขับขี่เดิม) และ กด ‘ยืนยัน’
  • หากผ่านการอบรมจาก DLT elearning มาแล้ว ให้เลือกข้อที่มี (อบรม ผ่าน e-learning) และ เลือกประเภทใบขับขี่ที่ต้องการจะต่อว่าเป็น 2 ปี เป็น 5 ปี หรือ 5 ปี เป็น 5 ปี
  • เลือกวันเวลา ที่ต้องการเข้าไปกรมขนส่งทางบก
ขั้นตอน 3
  • เมื่อเลือกวันที่เวลาเรียบร้อยแล้วก็สามารถ ‘ยืนยันการจอง’ ได้เลยครับ
  • เมื่อเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีรายละเอียดต่างๆทั้งการแต่งกาย เอกสารที่ต้องเตรียมบอกเราเรียบร้อยเลยครับ เราก็แค่ไปกรมขนส่งสาขาที่เลือกในวันเวลาที่กำหนดเท่านั้นครับ เป็นอันเสร็จสิ้น
ขั้นตอน 4

เรื่องประกันรถยนต์ ไว้ใจเรา!

สุดท้ายนี้ใครอ่านบทความของเราแล้วยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ก็สามารถทักเข้ามาที่ LINE : @PricezaMoney ได้เลยนะครับ หรือว่าใครอยากจะลองเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ของตัวเอง ก็อย่าลืมแวะมาที่เว็บ Priceza Money ได้เช่นกันนะคร้าบ
ปรึกษาเราได้เลยตอนนี้
line-logo
@pricezamoney

เปรียบเทียบประกันภัยรถยนต์

ประกันรถยนต์

รวบรวมแผนประกัน และโปรโมชั่นจากหลากหลาย บริษัทประกันมาให้คุณเปรียบเทียบที่เดียว ไม่ต้องเข้าหลายเว็บ

อ่านบทความอื่นๆเพื่อ "ตัดสินใจซื้อประกันรถยนต์ได้อย่างคุ้มค่า"

Share:

Facebook