สาย Work from Home, พ่อบ้านแม่บ้านที่ขับรถแค่ไปรับ-ส่งลูก หรือคนเมืองที่เน้นนั่งรถไฟฟ้าแล้วจอดรถทิ้งไว้เฉยๆ รู้ไหมว่าตอนนี้เราไม่ต้องทนจ่ายค่าประกันรถยนต์ราคาแพงๆ อีกต่อไปแล้ว เพราะมีประกันรูปแบบใหม่ที่คิดค่าเบี้ยตามการใช้งานจริง ทั้งแบบ ‘นับชั่วโมงขับ’ (ประกันเปิด-ปิด) และ ‘นับระยะทาง’ (ประกันตามไมล์) ส่วนแบบไหนจะช่วยคุณล็อกเงินในกระเป๋าได้คุ้มค่าที่สุด และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง? ตามไปดูพร้อมกันเลย!
Key Takeaway
- ประกันตามระยะเวลา เช่น ประกันรถเปิดปิดและประกันรายเดือน คือเป็นรูปแบบประกันภัยระยะสั้นที่คิดค่าเบี้ยตามการใช้งานจริง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ที่ขับรถน้อย
- ข้อดีของประกันรถเปิดปิดคือ รถติดไม่คิดเบี้ย จอดรถอยู่ก็คุ้มครอง ควบคุมค่าใช้จ่ายเอง
- ข้อดีของประกันรายเดือนคือมีความยืดหยุ่นสูง จ่ายเบี้ยเบาๆ การเหมาจ่ายคุ้มครองแบบ 30 วัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง
- ประกันตามระยะทาง เช่น ประกันตามไมล์คือคุ้มครองเราตามระยะทางที่จำกัดไว้เหมาะสำหรับคนที่ใช้รถน้อย หรือ ใช้รถในเมืองเป็นหลัก
- ข้อดีของประกันตามไมล์คือเหมาะสำหรับคนที่ใช้รถน้อย คำนวณมาแล้วว่าใช้รถไม่เกิน 5,000 – 10,000 กิโลเมตรต่อปีแน่นอน
ประกันรถยนต์ตามระยะเวลา
ประกันรถเปิดปิด
ประกันรถเปิดปิด เป็นประกันรถที่ให้คนซื้อสามารถเลือกได้ตามการใช้งานรถของตัวเองแบบ ‘ใช้มากก็จ่ายมาก ใช้น้อยก็จ่ายน้อยลง’ เป็นข้อสรุปง่ายๆของประกันตัวนี้ โดยดูการขับมากหรือน้อยตาม ‘ชั่วโมงการขับหรือระยะเวลาการขับ’ นั่นเอง โดยแบ่งหมวดได้อีก 2 หมวด ได้แก่
- ประกันรถเปิดปิดแบบ Top-up
เป็นรูปแบบ ประกันรถยนต์ที่เหมือนเติมเงินมือถือ คือ เราจะขับเท่าไหร่ก็สามารถเติมระยะเวลาเข้าไปได้เรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาที่เราซื้อประกัน (1-2 ปี) ตัวอย่างเช่น
- ซื้อระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี จะขับรถได้ 50 ชม. ราคาเริ่มต้น 4,900 บาท
- และถ้าต้องการเติมระยะเวลาเข้าไป ราคาเริ่มต้น 400 บาท / 50 ชม.
โดยประกันรถเปิดปิดแบบ Top-up มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับคนที่ใช้รถแบบไม่แน่นอน ไม่เป็นตารางประจำ อยากขับตอนไหนก็ขับ
- ประกันรถเปิดปิดแบบ Package
เป็นประกันแบบสำเร็จรูปที่บริษัทจัดทุกอย่างมาให้แล้ว ไม่สามารถเติมชั่วโมงเข้าไปได้ แต่ราคาจะคุ้มค่ากว่า สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ ตัวอย่างเช่น
- ซื้อระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี จะขับรถได้ 960 ชม. ราคาเริ่มต้น 7,500 บาท
- หรืออยากได้ระยะสั้นๆ ก็ซื้อแบบรายเดือนได้เช่นกัน มีทั้ง 1/3/4/6 เดือนให้เลือก
โดยประกันรถเปิดปิดแบบ Package จะเหมาะกับคนที่รู้ระยะเวลาขับแน่นอน อาจเป็นคนที่ไปรับ-ส่งลูกประจำ หรือขับไป-กลับที่ทำงาน ก็ใช้ได้
ประกันรถเปิดปิดดีไหม?
จากความเห็นของหลายๆ คนที่เคยใช้ประกันรถเปิดปิด บอกว่าพอเปลี่ยนมาลองใช้แล้วค่อนข้างถูกใจเพราะ ‘ประหยัดเงินมากขึ้น’ แต่ต้องอยู่บนเงื่อนไขหลักๆ ที่ว่า ‘ขับรถไม่เกิน 4 ชม. ต่อวัน’
ข้อดีหลักๆของ ประกันรถเปิดปิด จะมีตามนี้
- รถติดไม่คิดเบี้ย
สิ่งนี้เป็นข้อดีใหม่ล่าสุดของประกันรถเปิดปิด เมื่อขับรถในเมืองบ่อยๆ แล้วเพื่อนๆ เจอรถติด แต่ตัวประกันรถเปิดปิด จะไม่นับชั่วโมงการใช้งาน หรือ คืนเวลาการใช้งานให้ เท่ากับว่าจะคิดชั่วโมงการขับตามจริงที่รถเคลื่อนที่ ถ้ารถติดมากๆ ก็ไม่ต้องห่วงว่าชั่วโมงของเราจะหมด!
- จอดรถอยู่ก็คุ้มครอง
ถ้ารถเราใช้ประกันรถเปิดปิดแล้ว ไม่ได้ขับหรือจอดอยู่กับที่ เกิดอุบัติเหตุจะคุ้มครองตามปกติเลย ไม่ต้องห่วงว่าลืมเปิดประกันแล้วจะไม่คุ้มครองนะ!
- ควบคุมค่าใช้จ่ายเองได้
ตามปกติเราจ่ายประกันรายปีในราคาเต็มๆ เพื่อที่จะใช้รถเท่าไหร่ก็ได้ แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้รถตลอดเวลาอยู่แล้ว การทำประกันรถเปิดปิดเลยทำให้เราเลือกเองได้ว่าจะจ่ายมากหรือจ่ายน้อยตามการใช้งานรถของเรา
ข้อควรระวังของประกันรถเปิดปิด
ประกันรถเปิดปิดทุกแผนประกันจะมี ‘ค่าเสียหายส่วนแรกกรณีไม่ได้ชนกับยานพาหนะทางบก’ คือ ถ้าหากเราชนกับรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์แบบนี้จะไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าหากเราชนแบบไม่มีคู่กรณี เช่น ชนฟุตบาท ครูดกำแพง ถ้าต้องการเคลมจะต้องจ่ายเงินก่อนเริ่มต้น 3,000 บาท
*จำนวนเงินค่าเสียหายส่วนแรกอยู่ที่เราเลือกตอนแรกก่อนทำประกัน
ประกันแบบรายเดือน
ประกันรายเดือนคือ คือ ประกันภัยรถยนต์ระยะสั้นที่ให้ความคุ้มครองรอบละ 30 วัน โดยผู้เอาประกันสามารถเลือกชำระเบี้ยประกันแบบจ่ายรายเดือนต่อเนื่อง หรือเลือกต่ออายุเฉพาะเดือนที่ต้องการใช้งานได้ โดยยังคงได้รับความคุ้มครองครบถ้วนตามแผนประกันที่เลือก เช่น ประกันชั้น 1, 2+, หรือ 3+
จุดเด่นและข้อดีของประกันรายเดือน
- ความยืดหยุ่นสูง : เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้ใช้รถทุกวัน หรือผู้ที่ต้องการเปิด-ปิดประกันเฉพาะเดือนที่ต้องขับรถทางไกล
- จ่ายเบี้ยเบาๆ : เบี้ยประกันมักเริ่มต้นเพียงหลักร้อยบาทต่อเดือน ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ในคราวเดียว
- ความคุ้มครองเต็มรูปแบบ : แม้จะเป็นระยะสั้น แต่ความคุ้มครองที่ได้รับ (เช่น ทุนประกัน ค่าซ่อม และความรับผิดชอบต่อคู่กรณี) จะเทียบเท่ากับประกันรายปีในระดับชั้นเดียวกัน
สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อประกันรถยนต์แบบรายเดือน
เบี้ยประกันรวมอาจแพงกว่า หากนำค่าเบี้ยรายเดือนมาคูณรวมกัน 12 เดือน อาจจะมีราคาที่สูงกว่าการซื้อประกันแบบรายปีรวดเดียว
ประกันรถยนต์ตามระยะทาง
ประกันตามไมล์
ประกันตามไมล์ คือ ประกันรถยนต์ที่ราคาถูกลงจากปกติ แต่จะคุ้มครองเราตามระยะทางที่จำกัดไว้ เหมาะสำหรับคนที่ใช้รถน้อย หรือ ใช้รถในเมืองเป็นหลัก มีตัวเลือกให้ซื้อทั้งแบบคำนวณตาม ระยะทางขับ
ประกันตามไมล์แตกต่างจากประกันทั่วไปนิดหน่อย โดยปกติประกันรถยนต์จะหมดอายุต่อเมื่อครบ 1 ปี แต่ประกันตามไมล์จะหมดอายุเมื่อขับตามระยะทางที่กำหนดแล้ว เพราะประกันตามไมล์จะมีราคาที่ถูกลงมามากกว่าประกันรถยนต์ตามปกติ เช่น
- ประกันรถยนต์ชั้น 1 ทั่วไป ราคา 23,500 บาท
- ประกันรถยนต์ชั้น 1 ตามไมล์ ราคา 6,300 บาท
*อ้างอิงจาก รุ่นรถ TOYOTA YARIS 1.2 2025
ประกันตามไมล์ เหมาะกับใคร?
ประกันตามไมล์เหมาะกับคนที่ขับรถน้อยๆ ไม่เหมาะกับรถที่ขับบ่อยๆ เหมาะสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองหรือคนวัยทำงานที่ขับไปทำงานเช้า-เย็น / ขับไปรับส่งลูก / ขับไปต่างจังหวัดนานๆ ที คำนวณระยะทางมาแล้วแน่นอน
ประกันรถยนต์ฉบับคนขับน้อย มีที่ไหนบ้าง?
ปัจจุบันมีบริษัทประกันรถยนต์หลายที่ขายประกันสำหรับคนขับรถน้อย ด้วยชื่อที่แตกต่างกัน Priceza Money ที่เราเป็นเว็บเปรียบเทียบประกันรถยนต์ เลยรวบรวมมาให้แบบครบๆ ให้เลือกตามการใช้งานของแต่ละคนกัน
ประกันรถ Up to Mile (อัพทูไมล์) จากทิพยประกันภัย
ประกันรถอัพทูไมล์ จากทิพยประกันภัย เป็นประกันรถยนต์ที่คุ้มครอง ตามระยะทางการขับ โดยมีให้เลือก 2 แบบคือ
- คุ้มครอง 5,000 กิโลเมตร (ตกเดือนละประมาณ 400 กิโลเมตรต่อเดือน)
- คุ้มครอง 10,000 กิโลเมตร (ตกเดือนละประมาณ 800 กิโลเมตรต่อเดือน)
เหมาะกับ : คนที่ใช้รถน้อยมาก ภายใน 1 ปีใช้รถไม่เกิน 10,000 กิโลเมตร
ราคา : เริ่มต้น 6,300 บาทต่อปี
ข้อควรระวัง : ถ้าจะซื้อระยะทาง 10,000 กิโลเมตร คำนวณมาแล้วว่าไปซื้อแบบรายปีทั่วไปจะคุ้มกว่านะ
ประกันรถเปิดปิด นับเวลายังไง?
ตัวอย่างของบริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ ทางบริษัทจะส่งอุปกรณ์ติดรถมาให้ ชื่อว่า ‘TVI connect’ แค่เราเอามาเสียบที่รถของเรา ประกันรถเปิดปิดก็จะเปิดและปิดตามอัตโนมัติ ไม่ต้องมานั่งกดเปิดปิดเองให้เสียเวลาเลย
ประกันเปิดปิด จากประกันภัยไทยวิวัฒน์
ประกันรถเปิดปิด จากประกันภัยไทยวิวัฒน์ เป็นประกันรถยนต์ที่คุ้มครอง ตามชั่วโมงการขับ มีให้เลือกทั้งแบบรายเดือนและรายปี แถมมีให้เลือกหลายชั้นประกันอีกด้วย โดยประกันตัวนี้ต่อให้ใช้รถทุกวันก็สามารถทำได้
เหมาะกับ : คนที่ใช้รถไม่เกิน 4 ชม. ต่อวัน เช่น ขับเช้าเย็นกลับ หรือ ขับรับ-ส่งลูกไปโรงเรียน
ราคา : เริ่มต้น 7,500 บาทต่อปี
ข้อควรระวัง : มีค่าเสียหายส่วนแรก 2,000 บาท ถ้าไม่ใช่การชนแบบชนยานพาหนะทางบก
ประกันรายเดือน
เมืองไทยประกันภัย
ประกันรถยนต์รายเดือนของเมืองไทยประกันภัย สามารถเลือกซื้อคุ้มครองได้ตั้งแต่ 30-180 วัน
ราคาเริ่มต้น 617 บาท เป็นประกันชั้น 2+
สามารถไปซื้อได้ที่ > GETTGO
ประกันภัยไทยวิวัฒน์
ประกันรถยนต์รายเดือนของประกันภัยไทยวิวัฒน์ สามารถเลือกซื้อคุ้มครองได้ตั้งแต่ 30-365 วัน
ราคาเริ่มต้น 1,000 บาท เป็นประกันชั้น 1 *ประกันรถยนต์เปิดปิดคุ้มครองตามชั่วโมง
สามารถไปซื้อได้ที่ > THAIVIVAT
วิริยะประกันภัย
ประกันรถยนต์รายเดือนของวิริยะประกันภัย สามารถเลือกซื้อคุ้มครองได้ตั้งแต่ 30-180 วัน
ราคาเริ่มต้น 617 บาท เป็นประกันชั้น 2+
สามารถไปซื้อได้ที่ > VIRIYAH
ทิพยประกันภัย
ประกันรถยนต์รายเดือนของทิพยประกันภัย สามารถเลือกซื้อคุ้มครองได้ตั้งแต่ 90-180 วัน
ราคาเริ่มต้น 1,999 บาท เป็นประกันชั้น 2+
สามารถไปซื้อได้ที่ > TIPINSURE
Sompo ตามใจ
ประกันชั้น 1 ราคาเริ่มต้นเพียง 850 บาทต่อเดือน รับส่วนลด 10% เมื่อใช้ต่อเนื่องครบทุกๆ 6 เดือน ส่วนประกันชั้น 2+ ราคาเริ่มต้นเพียง 499 บาทต่อเดือน ไม่ต้องตรวจสภาพรถ ช่วยให้คุณวางแผนการใช้เงินได้อย่างยืดหยุ่น
สามารถไปซื้อได้ที่ > Sompo ตามใจ
เปรียบเทียบราคาประกันที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์
ใครที่ใช้รถน้อย สนใจประกันรถเปิดปิดหรือประกันตามไมล์ก็สามารถเข้าไป เปรียบเทียบได้ที่ Priceza Money ได้นะ ลองเทียบราคาดูกับบริษัทประกันอื่นๆ และ ประกันแบบปกติก่อนตัดสินใจ หรือถ้าใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติมก็ทักเข้ามาพูดคุยกันได้ที่ LINE : @PricezaMoney ได้เลยนะ!



