ค่า Excess ค่า Deductible เรามีโอกาสต้องเสียด้วยหรือนี่ ?!

คนมีรถ บางคนไม่รู้จักคำว่าค่าเสียหายส่วนแรก หรือบางคนอาจจะรู้จัก แต่ไม่ใช่ทั้งหมด… หลายคนหลีกเลี่ยงแผนประกันรถยนต์ที่มี ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรก) ยอมจ่ายเบี้ยแพงกว่า เพื่อจะได้ไม่เสียเงินตรงนี้ให้กับประกัน แต่จริงแล้ว….ไม่ว่าจะทำประกันรถยนต์แบบไหน ยังมีค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน ที่เรียกว่า ค่า Excess เรามาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้าง ที่จะช่วยลดความเสี่ยงตรงนี้ และจริงๆแล้ว ค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ คืออะไร

0
73
ค่า Excess ค่า Deductible เรามีโอกาสต้องเสียด้วยหรือนี่_840x525px

คนมีรถ บางคนไม่รู้จักคำว่าค่าเสียหายส่วนแรก หรือบางคนอาจจะรู้จัก แต่ไม่ใช่ทั้งหมด… หลายคนหลีกเลี่ยงแผนประกันรถยนต์ที่มี ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรก) ยอมจ่ายเบี้ยแพงกว่า เพื่อจะได้ไม่เสียเงินตรงนี้ให้กับประกัน แต่จริงแล้ว….ไม่ว่าจะทำประกันรถยนต์แบบไหน ยังมีค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน ที่เรียกว่า ค่า Excess เรามาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้าง ที่จะช่วยลดความเสี่ยงตรงนี้ และจริงๆแล้ว ค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ คืออะไร

ค่า Excess หรือ ค่าเสียหายส่วนแรกแบบบังคับ 

ค่า Excess หรือค่าเสียหายส่วนแรก แบบบังคับ ที่ผู้เอาประกันภัย จะต้องเสียให้กับเจ้าหน้าที่ประกันภัย ในกรณีที่เกิดเหตุและ ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ ไม่ว่าจะเป็นประกันชั้น 1 ก็สามารถมีค่า Excess ในส่วนนี้ได้ เช่น การที่แจ้งเคลมแห้ง โดยที่แจ้งกับเจ้าหน้าที่ประกันภัยว่า ไม่ทราบว่าไปโดนอะไรมา ก็จะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก โดยเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ตามจำนวนครั้งที่มีการเคลม

ค่า Deductible หรือ ค่าเสียหายส่วนแรกที่เลือกเองในแผนประกันรถยนต์

ค่า Deductible เป็นค่าเสียหายส่วนแรก ที่ผู้เอาประกันภัย ได้ตัดสินใจทำแผนประกันที่มีค่าเสียหายส่วนแรก Deductible ตั้งแต่ 1,000 – 5,000 บาทโดยแผนประกันภัยรถยนต์แบบนี้ มักจะมีราคาเบี้ยที่ถูก ตัวอย่างเช่น แผนประกันรถยนต์ A แบบไม่มีค่าเสียส่วนแรก เบี้ยประกัน 15,000 บาท/ปี และ แผนประกันรถยนต์ B แบบมีค่าเสียหายส่วนแรก 3,000 บาท เบี้ยประกัน 12,000 บาท/ปี เป็นต้น

ผู้เอาประกันภัยจะเสียค่าเสียหายส่วนแรกตามแผนประกันที่เลือก ก็ต่อเมื่อ เกิดอุบัติเหตุและเราเป็นฝ่ายผิด จะต้องเสียค่า Deductible ให้กับเจ้าหน้าที่ประกันภัย 

แผนประกันภัยรถยนต์นี้ จึงเหมาะกับคนที่มีความเชี่ยวชาญและไม่ประมาทในการขับรถ จะทำให้ประหยัดค่าเบี้ยประกันต่อปีลงไปได้ แต่ในทางตรงกันข้าม ผู้ที่มีความเสี่ยงในการขับรถ หรือไม่เชี่ยวชาญ จะไม่เหมาะกับแผนประกันนี้ ซึ่งอาจจะทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จากการเสีย ค่า Deductible ก็ได้นั่นเอง

ทำยังไงดี ไม่อยากเสียค่า Excess ?!

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ว่าค่า Excess หรือค่าเสียหายส่วนแรกแบบบังคับ มีโอกาสที่คนทำแผนประกันรถยนต์ในทุกรูปแบบ เสียค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้ อันเนื่องมาจาก การที่ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้

แต่หากตอนแจ้งเคลมกับประกัน สามารถระบุคู่กรณีได้ เช่น รอยบุบนี้ ได้มาจากที่ถอยรถพลาดไปชนเสา รอยข่วนแมวนี้ ได้มาจากการที่ขับรถครูดฟุตบาทอย่างไม่ตั้งใจ เป็นต้น สำหรับประกันชั้น 1 หากสามารถระบุคู่กรณีนี้ได้ ก็จะไม่มีเรียกเก็บค่า Excess แต่หากเป็นประกันชั้น 2+ 3+ ถ้าสามารถระบุคู่กรณีนี้ได้ว่าเป็นอุบัติเหตุจากรถชนรถ ณ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ก็จะไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือค่า Excess นั่นเอง 

สรุปง่าย ๆ

ค่า Excess มีโอกาสเสียในทุกแผนประกัน เริ่มต้นที่ 1,000 บาท/ครั้งการเคลม หากไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ และ ค่า Deductible เป็นค่าเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันภัยรับทราบและเลือกตัดสินใจต่อประกันแบบนี้เอง จะเสียในกรณี ที่ผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายผิดเอง

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเลือกแผนประกันรถยนต์แบบไหน ก็ควรพิจารณาความเหมาะสม ความคุ้มค่า ควบคู่ไปกับพฤติกรรมในการขับรถของผู้ขับขี่ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด และอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับประกันรถยนต์ยุคใหม่ คือ การใช้ตัวช่วยเปรียบเทียบ อย่าง Priceza Money ก่อนต่อประกันรถยนต์ เพื่อค้นหาประกันรถยนต์ที่ราคาดี และคุ้มค่าที่สุดให้กับรถของเรา

เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์