หลายคนที่กำลังวางแผนลดค่าใช้จ่ายโดยการเปลี่ยนประกันรถยนต์จาก ประกันชั้น 1 ไปเป็น ประกันชั้น 2+ หรือ 3+ อาจจะเคยได้ยินคำพูดจากเซลล์ประกันว่า “ถ้าลดชั้นไปแล้ว ปีหน้าจะกลับมาทำชั้น 1 ยากนะ ต้องตรวจสภาพใหม่ หรือบริษัทประกันอาจจะไม่รับแล้ว” คำขู่พวกนี้มักทำให้หลายคนลังเลและยอมจ่ายเบี้ยประกันแพงๆ ต่อไปโดยไม่จำเป็น
Priceza Money ตอบได้เลยว่า ทำประกันชั้นอื่นๆแล้วก็สามารถกลับมาทำชั้น 1 ได้ค่ะ
การย้ายไปทำประกันชั้น 2+ หรือ 3+ ไม่ได้หมายความว่าจะถูกตัดสิทธิ์ในการทำประกันชั้น 1 ตลอดไป บ่อยครั้งที่คำพูดเหล่านี้เป็นเพียงเทคนิคการขายเพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจต่อประกันชั้น 1 ต่อไปเท่านั้น
สิ่งที่บริษัทประกันจะพิจารณาเมื่อกลับมาใช้ประกันชั้น 1
เงื่อนไขสำคัญที่สุดที่บริษัทประกันภัยใช้พิจารณาในการรับประกันชั้น 1 ไม่ใช่เรื่องของการที่เพื่อนๆ เคยลดชั้นประกันมาก่อน แต่คือ 2 สิ่งนี้ อายุของรถยนต์ และการตรวจสภาพรถ
1. เกณฑ์อายุรถทั่วไป
บริษัทประกันส่วนใหญ่มักจะกำหนดรับประกันชั้น 1 สำหรับรถที่มีอายุไม่เกิน 12 – 13 ปี (หากเกินกว่านี้ ตัวเลือกบริษัทประกันชั้น 1 จะเริ่มน้อยลงหรืออาจไม่รับทำน้า ลองทักมาปรึกษากับเราได้)
ตัวอย่างการสลับชั้นประกัน: สมมติว่าปัจจุบันรถของเพื่อนๆ มีอายุ 7 ปีและตัดสินใจลดเบี้ยไปทำประกันชั้น 2+ ถ้าในอีก 3 ปีข้างหน้า (รถอายุ 10 ปี) ต้องการกลับมาทำประกันชั้น 1 ก็ยังสามารถทำได้ตามปกติ เพราะอายุรถยังไม่เกินเกณฑ์
2. การตรวจสภาพรถ
ในการกลับมาทำชั้น 1 บริษัทประกันส่วนใหญ่จะขอนำรถไปตรวจสภาพ หรือให้เราถ่ายรูปรถส่งให้ก่อนอนุมัติ
สิ่งที่ต้องระวัง บริษัทประกันอาจปฏิเสธการรับทำประกันชั้น 1 ได้ ถ้าพบว่า รถมีรอยแผลเยอะ หรือเสียหายรอบคัน ถ้าปล่อยให้รถมีรอยบุบหรือขูดขีดมากจนเกินไป บริษัทประกันอาจมองว่าเพื่อนๆ ต้องการทำประกันชั้น 1 เพื่อตั้งใจเคลมทำสีรอบคันในทันที จึงมีความเสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธ
ทางเลือกเปลี่ยนประกัน
- แจ้งกับบริษัทเดิม: ถ้าเพื่อนๆ พอใจบริการของบริษัทเดิมและอยากต่อประกันกับบริษัทเดิม การทำกับบริษัทเดิมมักจะดำเนินการได้ง่ายและรวดเร็ว เพราะมีประวัติรถยนต์ของเพื่อนๆ อยู่ในระบบแล้ว
- เปลี่ยนบริษัทใหม่: หากต้องการเบี้ยประกันที่ถูกลงหรือความคุ้มครองที่ตรงใจกว่า เพื่อนๆ สามารถเลือกเทียบเบี้ยประกันจากหลายๆ เจ้า ให้ตรงกับความต้องการได้เลย
เปลี่ยนประกันรถกลางคันแล้วได้เงินคืนไหม?
ยกเลิกประกันรถยนต์ก่อนหมดอายุ ได้เงินคืนหรือไม่? คำตอบคือ “ได้“ โดยบริษัทประกันจะทำการคืนเบี้ยประกันตามสัดส่วนระยะเวลาที่ยังไม่ได้ใช้งานตาม ซึ่งตัวเลขเงินคืนที่แน่นอนจะถูกคำนวณตามเงื่อนไขและรายละเอียดที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท และอัตราส่วนระยะเวลาที่เหลือ (Short Rate) ยิ่งใช้ความคุ้มครองไปนานเท่าไร ยอดเงินคืนก็จะยิ่งลดลงเท่านั้น
ตารางอัตราคืนเบี้ยประกันภัยรถยนต์
|
|
|
ขอบคุณที่มาจาก ยกเลิกประกันภัยรถยนต์ จะได้เงินคืนเท่าไหร่
เลือกประกันรถยนต์อย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด?
การเลือกซื้อประกันรถยนต์ที่ดีที่สุด ควรเลือกจาก พฤติกรรมการใช้รถที่แท้จริงของเพื่อนๆ ไม่ใช่เลือกเพราะความกังวลจากคำขู่ของเซลล์อย่างเดียว
ถ้าเพื่อนๆ เริ่มใช้รถน้อยลง จอดในที่ปลอดภัย มีประสบการณ์การขับขี่ที่ดี หรือต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย การทำประกันชั้น 2+ ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์และประหยัดเงินในกระเป๋าได้มาก และถ้าต้องการกลับมาเพิ่มความคุ้มครองเป็นประกันชั้น 1 ก็สามารถทำได้ทันที ถ้าอายุรถยังไม่เกินกำหนดและสภาพรถยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานค่า
