แต่งรถแบบไหนให้ประกันยังรับเคลม

0
141
รถแต่ง

     แต่งรถแบบไหนให้ประกันรถยนต์ ยังรับเคลม ไม่ใช่เรื่องยาก แต่บางคนอาจไม่รู้จึงมีการแต่งรถที่ไม่ได้อยู่ในข้อกฎหมายกำหนด ซึ่งมีผลทำให้ประกันไม่คุ้มครอง เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจึงไม่สามารถแจ้งเคลมอุปกณ์ตกแต่งรถนั้นๆ ได้ วันนี้ TQM จึงมีความรู้เกี่ยวกับ “วิธีการแต่งรถให้ประกันคุ้มครอง” มาฝาก จะมีอะไรบ้างไปดูกัน!

อย่าพึ่งต่อประกันถ้ายังไม่ได้เช็คราคา

     การแต่งรถ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของสเกิร์ต สปอยเลอร์ ล้อแม็กซ์ ท่อไอเสีย หรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ไม่ได้มาพร้อมตัวรถตั้งแต่แรก ทางบริษัทจะรับเคลมก็ต่อเมื่อมีการแจ้งกับทางบริษัทประกันไว้ก่อน

แต่งรถเพิ่ม

แต่งรถเพิ่ม ต้องแจ้งประกันก่อน

     เคยมีคนสงสัยว่า ถ้าเราแต่งรถเพิ่ม ต้องแจ้งประกันไหม คำตอบคือ ต้องแจ้งประกันก่อน โดยการโทรแจ้ง+ส่งใบเสร็จค่าอะไหล่แต่งให้ทางบริษัทประกัน ซึ่งการแจ้งแต่งรถเพิ่มจะทำให้ค่าเบี้ยประกันรถเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้เยอะมากเมื่อเทียบกับราคาของแต่งหลักหมื่นหลักแสนแล้วก็ถือว่าคุ้ม!

     เช่น เกิดอุบัติเหตุรถชนทำให้ชุดแต่งเสียหาย สามารถเคลมประกันได้เต็มราคาอะไหล่แต่งตามที่แจ้งไว้กับบริษัทประกัน

     แต่กรณีไม่ได้แจ้งไว้ หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นของแต่งรถเหล่านั้นได้รับความเสียหาย ประกันภัยก็จะชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามราคาของอะไหล่ดั้งเดิมของรถที่ออกมาจากศูนย์ หรือถ้าให้เข้าใจง่ายคือ ประกันจะคุ้มครองเฉพาะตัวรถที่ออกมาจากศูนย์ครั้งแรก ไม่คุ้มครองอุปกณ์แต่งรถอื่นใดที่เสริมเข้ามา

     เช่น เกิดอุบัติเหตุรถชนทำให้ชุดแต่งเสียหาย สามารถเคลมประกันได้ แต่เคลมแล้วทางประกันจะจ่ายให้เท่าราคาอะไหล่แต่งดั้งเดิม ส่วนต่างที่เหลือเราก็จะต้องจ่ายเอง

ท่อเสียงดังเกินผิดกฎหมาย

     ทั้งนี้ ใช่ว่าการแต่งรถทุกแบบจะสามารถเคลมได้ หากแต่งรถแบบผิดกฎหมายหรือผิดเงื่อนไขการรับประกัน ทางประกันก็ไม่รับเคลม โดยวิธีแต่งรถที่ผิดกฎหมาย มีดังนี้

– ปรับแต่งเครื่องยนต์

– ท่อไอเสียมีเสียงดังเกิน 100 เดซิเบล

– ปรับสภาพรถให้โหลดต่ำกว่า 40 เซนติเมตร หรือสูงเกิน 175 เซนติเมตร วัดจากกึ่งกลางไฟหน้ากับระดับพื้นถนน

– ไฟเบรกเป็นสีอื่น

– ดัดแปลงป้ายทะเบียน หรือมีสิ่งบดบังป้าย

– เปลี่ยนตัวสีถังโดยไม่แจ้งทางกรมขนส่ง

     รู้แบบนี้แล้วแต่งรถให้อยู่ในขอบเขตความคุ้มครองไว้จะดีกว่าและควรแจ้งประกันให้ทราบว่ามีการแต่งรถเพิ่มเติมเพื่อให้ชุดแต่งรถสุดที่รักของคุณได้รับความคุ้มครองเหมือนตัวรถ

     แต่นอกเหนือจากการรถชนรถแล้ว เหตุการณ์อื่นๆ เช่น ไฟไหม้รถ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ ฉะนั้นทำประกันชั้น 1 ไว้ไม่ว่าจะเกิดรถชน ไฟไหม้ น้ำท่วม ก็อุ่นใจกว่ามีประกันภัยช่วยชดเชยค่าเสียหาย สนใจปรึกษาเรื่องประกันภัยโทร 1737 หรือสนใจ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์คลิกที่นี่