การเลือกประกันสำหรับรถเก่าที่มีอายุ 5-7 ปี

0
13

สำหรับคนที่มีรถนั้น คงจะทราบกันดีว่าการทำประกันเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการใช้รถในแต่ละวันไม่น้อยเลยทีเดียว ก็เพราะว่าเราไม่สามารถที่จะคาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าได้เลยว่า รถจะถูกเฉี่ยวชน หรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นเมื่อไหร่ เพราะฉะนั้นการมีประกันเพื่อคุ้มครองผู้ใช้รถใช้ถนนจึงเป็นสิ่งจำเป็น และช่วยให้การขับขี่ในแต่ละวันเป็นไปด้วยความรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น

แต่สำหรับใครที่มีรถยนต์เก่าใช้มานาน อายุการใช้งานตั้งแต่ 5-7 ปี คงจะทราบกันดีว่า การที่จะเลือกทำประกันชั้น 1 คงเป็นเรื่องที่ยากขึ้น เนื่องจากสภาพรถที่เริ่มมีความเก่ามากขึ้น แถมการใช้งานที่อาจจะเกิดความผิดพลาดจากอายุการใช้งานจนกลายเป็นอุบัติเหตุ เหล่านี้จึงกลายเป็นความเสี่ยงที่ทำให้การทำประกันรถยนต์ชั้น 1 เป็นเรื่องยากสำหรับรถเก่า แต่ถึงกระนั้นเรา ก็ยังสามารถที่จะเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 2, 2+ หรือ 3, 3+ ได้ ซึ่ง Priceza Money ก็มีข้อมูลในเรื่องนี้มาแนะนำกัน

 

การเลือกประกันสำหรับรถเก่าที่มีอายุ 5-7 ปี

ประกันชั้น 1 สำหรับรถเก่า ที่เรายังไม่เคยรู้

หลายต่อหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า รถยนต์เก่า หรือรถที่มีอายุการใช้งานนานแล้วนั้น จริงๆ ก็สามารถที่จะทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ได้ แต่อาจจะทำได้กับบางบริษัทประกันภัยเท่านั้น หรือหากเพื่อนๆ ไม่เคยเปลี่ยนบริษัทประกันเลยและประวัติในการเคลมน้อยมากหรือไม่มีเลย เพื่อนๆ ก็อาจจะยังทำประกันรถยนต์ชั้น 1 กับที่เดิมได้ ซึ่งบางแห่งให้ระยะเวลาประกันภัยกับรถเก่า ที่มีอายุการใช้งานได้ถึง 10 ปีเลยทีเดียว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าเกิดว่าบริษัทประกันไม่สามารถให้ความคุ้มครองด้วยประกันภัยชั้น 1 ได้ เราก็ยังสามารถที่จะเลือกความคุ้มครองจากประกันรถยนต์ชั้น 2+ หรือ ชั้น 2หรือ ชั้น 3 ได้ แต่ว่าความคุ้มครองนั้นอาจจะไม่ครอบคลุมเท่าประกันชั้น 1 เท่านั้นเอง

สิ่งที่ควรรู้สำหรับประกันรถแต่ละชั้น

ในส่วนของการทำประกันรถยนต์ชั้น 2 นั้น โดยทั่วไปแล้ว บริษัทประกันจะให้ความคุ้มครองในเรื่องของบุคคลภายนอกเป็นหลัก ทั้งเรื่องของชีวิตและทรัพย์สิน นอกจากนี้ก็ยังมีความคุ้มครองในส่วนของกรณีที่รถของเพื่อนๆ เกิดสูญหายหรือไฟไหม้ได้ แต่ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างประกันรถยนต์ชั้น 2 กับ ชั้น 1 ก็คือหากรถของเพื่อนๆ เกิดอุบัติเหตุและมีความเสียเกิดขึ้น ในส่วนนี้ประกันจะไม่รับผิดชอบค่าซ่อมแซมให้ ซึ่งเท่ากับว่าเพื่อนๆ จะต้องเสียเงินซ่อมเอง แต่สำหรับใครที่รู้สึกว่าตัวเองขับรถไม่คล่องหรือมีความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายบ่อยครั้ง ก็คงจะต้องเลือกทำประกันรถยนต์แบบชั้น 2+ ซึ่งมีการเพิ่มเติมความคุ้มครองในส่วนของตัวรถผู้ทำประกันภัยด้วยนั้นเอง

สิ่งที่ควรรู้สำหรับประกันรถแต่ละชั้น

 

นอกจากประกันชั้น 2 และ 2+ แล้ว เพื่อนๆ ก็ยังสามารถที่จะเลือกทำประกันชั้นรองลงมาอย่าง ประกันรถยนต์ชั้น 3 และ ชั้น 3+ ได้ ซึ่งประกันทั้งสองแบบนี้จะมีค่าเบี้ยประกันที่ถูกกว่าแบบแรก แต่ในด้านความคุ้มครองก็จะมีความแตกต่างที่ลดทอนลงไป คือ ประกันรถยนต์ชั้น 3 จะคุ้มครองในส่วนของรถคู่กรณีเท่านั้นไม่ว่าจะเป็นการชดใช้ให้เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นทั้ง ค่าซ่อมรถของคู่กรณี, ค่ารักษาพยาบาลกรณีที่มีผู้บาดเจ็บเกิดขึ้นโดยคุ้มครองทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ที่สำคัญคือมีการชดเชยรายได้ให้กับผู้บาดเจ็บรวมถึงค่าจ้างทนายความจนกว่าคดีจะสิ้นสุดลงด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะต้องอยู่ในวงเงินประกันภัยและเงื่อนไขต่างๆ ที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์นั้น ซึ่งหากเพื่อนๆ ดูแล้วคิดว่าการทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ก็สามารถเลือกทำประกันในส่วนของประกันภัยชั้น 3+ แทนได้ ซึ่งในส่วนของประกันชั้น 3+ นั้นจะแบ่งความคุ้มครองออกเป็น 2 กรณีคือ คุ้มครองผู้เอาประกันภัย และคุ้มครองบุคคลภายนอก ซึ่งความคุ้มครองผู้เอาประกันภัยนั้น จะให้ความคุ้มครองกรณีเกิดความเสียหายขึ้นจากสถานการณ์ของรถชนกับรถเท่านั้น แต่ถ้าเกิดเฉี่ยวชนกับตึก,อาคาร ในส่วนนี้จะไม่ได้รับความคุ้มครอง และหากรถสูญหายหรือเกิดไฟไหม้ก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองเช่นกัน โดยในส่วนของความคุ้มครองบุคคลภายนอกนั้น ประกันชั้น 3+ จะให้ความคุ้มครองทั้งชีวิตและทรัพย์สินซึ่งก็คือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ของบุคคลภายนอกด้วย

จะเห็นได้ว่ารถยนต์คันเก่าของเพื่อนๆ นั้นสามารถที่จะเลือกทำประกันได้หลากหลายชนิด ซึ่งในส่วนของประกันชั้น 1 นั้นก็สามารถทำได้ แต่เพื่อนๆ ก็ควรที่จะดูว่าคุ้มค่ากับการจ่ายเบี้ยประกันมากเพียงใด เพราะยิ่งรถมีความเก่าก็ยิ่งถูกประเมินในส่วนของความเสี่ยงที่มากกว่ารถใหม่ แน่นอนว่าเพื่อนๆ ก็อาจจะต้องแบกรับค่าเบี้ยประกันที่สูงเกินไป ซึ่งถ้าหากว่ายอมรับได้ ก็สามารถทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องเลือกบริษัทประกันที่สามารถคุ้มครองรถเก่าได้ หรือเลือกบริษัทเดิมที่ทำประกันไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่สำหรับใครที่มองว่าเบี้ยประกันภัยชั้น 1 นั้นแพงไป ก็อาจจะต้องเลือกทำประกันที่ลดความคุ้มครองลงมาอย่าง ประกันรถยนต์ชั้น 2 หรือ 2+ ซึ่งมีค่าเบี้ยที่ถูกลงแต่ก็ลดทอนความคุ้มครองลงมาอย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว หรือหากเพื่อนๆ คนไหนที่อาจจะไม่ค่อยได้ขับรถคันเก่าแล้ว และใช้งานบ้างเพียงบางวัน ก็สามารถเลือกความคุ้มครองแบบประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 หรือ 3+ แทนได้ ซึ่งตอบโจทย์ความคุ้มครองของทั้งบุคคลภายนอก และรถของผู้เอาประกันภัย ที่สำคัญคือค่าเบี้ยประกันที่ไม่สูง

อย่างไรก็ตามการเลือกทำประกันให้เหมาะสมกับรถยนต์ของเพื่อนๆ นั้น สิ่งสำคัญก็คือต้องไม่ลืมที่จะเปรียบเทียบราคาค่าเบี้ยประกันของแต่ละบริษัทประกัน รวมถึงเงื่อนไขและความคุ้มครองต่างๆ ที่อาจมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบที่ต่างกันด้วย

คอมเมนต์

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่